EvaXIII View my profile

[Fic:A/Z] Inaho x Slaine - EYE on BAT -1-

posted on 26 Nov 2014 19:02 by arty-alone directory Fiction
มันทนไม่ไหวจริงๆ
 
อดกลั้นมาหลายเดือน ไม่อยากบอกว่าไรเตอร์ติ่งคู่นี้มากไม่แพ้ฟ้าเหลืองเลยยยยยย
 
แบบเห็นแล้วยืนขึ้น!!! SurprisedSurprisedSurprised
 
เพราะงั้นขอซักเรื่องเหอะ! ก่อนที่ SS2 จะมา
 
(อย่าบอกใครนะว่าไรเตอร์ลัดคิวเรื่องอื่นมา//ชั่วมาก)
 
ยังไงขอให้อ่านด้วยความสนุกสนานเหมือนเดินนะค่ะ
 
 

-------------------------------------------------------

*เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นมโนส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของ Aldnoah.Zero แต่ประการใด และ Aldnoah.Zero ก็ไม่ใช่การ์ตูน Y ด้วย *

---------------------------------------------------------
 
 
 
 
(ในเนื้อเรื่องจะเป็นเวลาที่ผ่านไปหนึ่งปีแล้วหลังจากที่พวกอินาโฮะบุกปราสาทของท่านเค้าท์ซาบาร์มแล้ว)
 
 
 
 
 
 
 

25 ตุลาคม

 

 

 

 

          ‘วันแห่งสันติภาพที่แท้จริง’

 


 

 

            วันที่เวิสท์ลงนามทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับสหพันธ์โลกอย่างแท้จริง เป็นทั้งวันเฉลิมฉลองให้แก่ความสงบสุข และวันแห่งการไว้อาลัยดวงวิญญาณที่ได้ดับสูญในสงครามก่อนที่จะได้สันติภาพนี้มาครอบครอง

 

 

 

 

และเพื่อเป็นการให้เกียรติและสัมพันธไมตรีที่ดีระหว่างชาวโลกและชาวอังคาร องค์หญิงลำดับที่ 1 อาณาจักรเวิสท์ แห่งดาวอังคาร องค์หญิงอัสเซลัม เวิสท์ อลูเซียได้เสด็จมาเยือนยังโลกเป็นประจำทุกๆปี เพื่อแสดงความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สหพันธ์โลกว่าจะไม่ทำสงครามกับสหพันธ์โลกอีกครั้ง ซึ่งมันก็ให้ผลตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน เพราะจากเหตุการณ์เมื่อในอดีตทุกคนต่างได้รู้ว่าเธอเกือบถูกลอบสังหารเพื่อเป็นชนวนจุดสงครามระหว่างชาวโลกและชาวอังคาร และเพื่อหยุดยั้งสงครามทำให้เธอต้องสูญเสียอิสระภาพในการเดินเหินเหมือนคนปกติทั่วไป เพราะถูกยิงโดนเส้นประสาทที่หลังทำให้เธอเป็นอัมพาตไปเกือบครึ่งตัว ทำให้ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ลังเลที่จะเยี่ยมเยือนยังโลก ดินแดนที่ทำให้เธอสูญเสียขาของเธอไป ทำให้ชาวโลกปลาบปลื้มและประทับใจในตัวเธอไม่แพ้ชาวดาวอังคารเลย และเพื่อป้องกันความขัดแย้งและความไม่เท่าเทียมของชาวโลกและชาวดาวอังคาร สหพันธ์โลกได้มีการจัดส่งทรัพยากรและสินค้าอาหารต่างๆตอบแทนกลับไปยังอาณาจักรเวิสท์ และช่วยพัฒนาปรับปรุงสายพันธ์ปศุสัตว์ต่างๆเพื่อให้เพาะเลี้ยงบนดาวอังคารได้อย่างปกติ เพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีให้แก่กันทั้งสองฝ่าย ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบมากเกินไป

 

 

 

 

“ขอกล่าวสวัสดีประชาชนทุกคน ดิฉันคือองค์หญิงลำดับที่1 แห่งเวิสท์ อัสเซลัม เวิสท์ อลูเซีย”

 

 

 

 

เด็กสาวผมสีทองยาวสลาย รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอมนั่งอยู่ในรถเข็นสีเงินที่ประดับไปด้วยลวดลายอารยธรรมแห่งเวิสท์ องค์หญิงคนสำคัญ ที่รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แม้จะเจอเหตุการณ์ร้ายๆและเฉียดตายมา แต่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มนั่นยังคงเต็มไปด้วยความเข้มแข็งและมุ่งมั่นที่ได้จากประการณ์เมื่อ1ปีก่อน ที่เปลี่ยนให้เธอไม่อ่อนแออีกต่อไป

 

 

 

 

 “ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการไว้วางใจจากพวกท่านทุกคน และให้ความต้อนรับดิฉันอีกครั้งเป็นอย่างดี ดิฉันมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่เรื่องราวเมื่อในปีก่อนเหตุการณ์การตายลวงของดิฉันทำให้ทุกคนต้องพบเจอกับเดือดร้อน มีหลายคนต้องสละชีวิตไปเพราะความประมาทเลินเล่อของดิฉัน แต่มาวันนี้ฝันร้ายเหล่านั้นได้จบลงไปแล้ว ดิฉันขอให้ทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่เดินหน้าต่อไป เฉลิมฉลองให้กับเสรีภาพที่แท้จริงของพวกเรา และอวยพรให้เหล่าวิญญาณของวีรบุรุษที่เสียสละเพื่อให้ได้มันมา!”

 

 

 

 

รูปลักษณ์ที่งดงามและคำปราศรัยที่ปลุกเร้ากำลังใจ ทำให้ประชาชนที่มาเฝ้ารอการเสด็จมาเยือนขององค์หญิงอัสเซลัมในวันสันติภาพที่แท้จริงส่งเสียงกู่ร้องด้วยความฮึกเหิมกึกก้องไปทั่วทั้งพื้นที่ หญิงสาวแย้มรอยยิ้มงดงามให้กับภาพตรงหน้า แม้ไม่อาจทดแทนสิ่งที่เสียไปได้ แต่การเยียวยารักษาจิตใจคงเป็นสิ่งที่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ทำได้เท่านั้น

 

 

 

 

หลังจากเสร็จการกล่าวปราศรัยและทักทายเหล่าทูตสัมพันธ์มิตรจากสหพันธ์โลกเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกลับปราสาทเทียบท่าของลอร์ดครูเทโอ้ที่ยังลอยอยู่ในวงโคจรของดวงจันทร์ ระหว่างที่กำลังไปยังที่จอดรถก็ถูกขวางโดนคนๆหนึ่งที่ดูคุ้นตา

 

 

 

 

“ผมมารับแล้วครับองค์หญิง”

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมสีบรอนซ์ทองนัยน์ตาสีฟ้าอมเขียวสดในชุดทหารสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามาแล้วโค้งให้เธอด้วยความเคารพ

 

 

 

 

“มาช้าจริงเชียว เป็นคนสนิทขององค์หญิงภาษาอะไร!”

 

 

 

 

แต่ไม่ทันจะได้เงยหน้าขึ้นเต็มความสูงก็ถูกเอ็ดโดยเอเดลริโต้ เมดสาวขององค์หญิงอัสเซลัมที่มีความสูงเลยอกของเขามาแค่นิดเดียว

 

 

 

 

“ข...ขอโทษครับ...”

 

 

 

 

สเลน ทรอยยาร์ด ทหารแห่งราชอาณาจักรเวิสท์ แต่เป็นมนุษย์โลก จากเหตุการณ์เมื่อ1ปีก่อน จากเหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีก่อนเขาได้รับความดีความชอบจากการช่วยชีวิตองค์หญิงจึงได้กลับมาเป็นคนสนิทขององค์หญิงอีกครั้ง จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเขาอีกก็ถือได้ว่าเป็นคนที่ได้รับความทรงจำที่เลวร้ายมาเหมือนๆกับองศ์หญิงเช่นกัน ทั้งถูกทารุณและหนีตาย เพื่อที่จะช่วยองค์หญิงจากแผนลอบสังหาร ในตอนนี้อัสเซลัมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าถ้าไม่ได้สเลนในตอนนั้นเธอคงตายไปแล้ว ถึงแม้เจ้าตัวจะเอาแต่ปฏิเสธว่าเป็นการทดแทนบุญคุณเมื่อครั้งอดีตก็ตาม

 

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เอเดลริโต้ สเลนคงมีหลายเรื่องที่ต้องทำก็เลยมาช้า”

 

 

 

 

“ตะ...แต่ว่า...องค์หญิง...” 

 

 

 

 

เอเดลริโต้ทำหน้าจ่อย แม้ว่าใจจริงอยากจะต่อว่าคนตรงหน้าอีกซักหน่อยโทษฐานที่ละเลยหน้าที่ที่แสนสำคัญ แม้ว่าองค์หญิงจะเป็นคนออกตัวปกป้องเอง ไหนจะยังช่วยชีวิตองค์หญิงไว้อีก ในตามเป็นจริงเธอควรจะปลาบปลื้มและขอบคุณสเลนด้วยซ้ำที่ช่วยชีวิตองค์หญิงที่รักยิ่งของเธอไว้ได้ แต่ด้วยความยึดมั่นในสายเลือดของชาวเวิสท์ที่แสนศักดิ์สิทธิ์ว่าคือเผ่าพันธุ์ที่จะมาแทนที่ชาวโลก ทำให้เธอไม่อาจที่จะพูดขอบคุณหรือให้ความสนิทสนมกับคนตรงหน้าได้เท่าที่ควร

 

 

 

 

เอเดลริโต้ปรายสายตามมองสเลนอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ ประหนึ่งพูดในใจว่า เพราะได้องค์หญิงช่วยถึงได้รอดตัวไป ยังไงซะถึงจะทำคุณงามความดีขนาดไหนแต่ยศของสเลนก็ยังเป็นแค่ทหาร ที่อยู่ระดับล่างสุดยิ่งไม่คู่ควรที่จะมายืนข้างองค์หญิงเข้าไปใหญ่ แม้ว่าเขาจะมีความภักดีต่อองค์หญิงมากกว่าใครๆก็ตาม

 

 

 

 

“ขอโทษนะ ผมเรียกให้เขาไปรับผมมาเองเลยมาช้า”

 

 

 

 

ในสถานการณ์ดูกระอักกระอวนใจ จู่ๆก็มีบุคคลที่สามเดินออกจากทางด้านที่สเลนเดินมาพอดี ชายคนนี้อยู่ในชุดนักเรียนม.ปลายบนโลก ใบหน้าเรียบเฉยนัยน์ตาสีแดงและเรือนผมสีน้ำตาล เขาก้าวตรงมาหาหญิงสาวแล้วทักทายเธอทั้งๆที่ยังถือไอโฟนเช็คข่าวสารต่างๆไว้ในมือ

 

 

 

 

“สวัสดีครับ เซลัมซัง”

 

 

 

 

แม้ว่าการกระทำที่ดูเหมือนจะเป็นการเสียมารยาทแล้วยังทักทายองค์หญิงด้วยชื่อที่เรียกห้วนอย่าง เซลัม น่าจะทำให้เอเดลริโต้กระโดดงับหูคนๆนี้ได้ แต่เธอก็ได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้ชายคนนี้พูดต่อไปโดนเก็บสีหน้าไม่พอใจไว้ในใจ

 

 

 

 

“เหนื่อยหน่อยนะครับ”

 

 

 

 

“อินาโฮะซังก็เช่นกันค่ะ” หญิงสาวตอบรับด้วยรอยยิ้มสดใส

 

 

 

 

ไคซึกะ อินาโฮะ เด็กม.ปลายธรรมดาที่สามารถล้มหุ่นรบของเวิสท์ได้ถึง 3 เพียงแค่อาศัยข้อมูลและหุ่นรบฝึกหัดสีส้มของชาวโลก เมื่อหนึ่งปีก่อนเขาถือได้ว่าเป็นชาวโลกคนแรกที่องค์หญิงได้เจอและก็ค่อยให้ความช่วยเหลือองค์หญิงมาตลอดขณะที่ติดอยู่บนโลก แถมยังเป็นผู้ชายคนแรกที่องค์หญิงทรงให้ความสนใจมากขนาดนี่ บางทีองค์หญิงเองอาจจะกำลังหลงรักไคซึกะ อินาโฮะ อยู่ก็เป็นได้ทั้ง ที่เป็นแค่ชาวโลกแท้ๆ

 

 

 

 

แต่ก็นะ ทั้งที่เป็นชาวโลกเหมือนกันแท้ๆ

 

 

 

 

เอเดลริโต้เหลือบมองสเลนที่ถอยออกไปยืนชิดผนังตามหน้าที่แล้วเฝ้ามองทั้งสองคนคุยกันห่างๆ

 

 

 

 

ก็ยังต่างได้ถึงขนาดนี่

 

 

 

 

“ว่าแต่อินาโฮะซัง จะใส่ชุดนี้ไปจริงๆเหรอค่ะ?”

 

 

 

 

“พอดีว่าไอ้ชุด ‘บารอน’ อะไรนั้นคงไม่เหมาะกับเด็กม.ปลายอย่างผมซักเท่าไหร"

 

 

 

 

ยศบารอน แม้ใช่ยศที่ใหญ่ที่สุดก็จริง แต่ก็ใหญ่กว่ายศทหารทั่วไปกว่ามาก เพราะจะได้รับอนุญาติในการขับหุ่นยนต์ที่มีอัลด์โนอาห์ไดร์ฟ และได้รับพลังอัลด์นัวห์ที่เป็นพลังของพระเจ้ามาครอบครองด้วยเพราะงั้นไม่ใช่ว่าใครก็จะเป็นมันได้ง่ายๆ แต่คนหน้าตายตรงหน้ากลับปฏิเสธทั้งพลังและหุ่นด้วยเหตุผลที่ว่า

 

 

 

 

‘มันยังไม่มีความแน่นอนในด้านวิทยาศาสตร์มากพอ เพราะงั้นผมไม่ขอเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับอะไรแบบนั้นหรอกครับ’

 


 

 

ที่เอเดลริโต้ยอมนิ่งเงียบ เพราะถึงชายคนนี้จะไม่ได้รับทั้งพลังและหุ่นมาครองแต่ในนามตอนนี้เขาก็ยศเป็นบารอนในอาณาจักรเวิสท์ไปเรียบร้อยแล้ว เป็นการตอบแทนจากราชาแห่งเวิสท์ที่ช่วยองค์หญิงขณะที่อยู่บนโลก แต่ชายคนนี้กลับมองไม่เห็นค่าของสิ่งที่เขาได้รับมาซักนิด แถมครั้งนี้องค์หญิงอุตส่าชวนไปเที่ยวถึงยานปราสาทเทียบท่าในอวกาศด้วยตัวเอง แทนที่จะใส่ชุดที่เตรียมให้ ให้มันเข้ากับฐานะแต่ดันทำตัวสบายๆเหมือนมาเที่ยวนอกบ้านไม่มีผิด

 

 

 

 

อ๊า ให้ตายสิ ชาวโลกนี่มันน่าโมโหไปหมดทุกคนเลยนะค่ะ!

 

 

 

 

“อะแฮ่ม องค์หญิงค่ะ คุณอินาโฮะ ได้เวลาแล้วนะค่ะ เดี๋ยวก็ไปขึ้นยานไม่ทันหรอกค่ะ”

 

 

 

 

เอเดลริโต้แกล้งกระแฮ่มเสียงดัง เพื่อให้ทั้งคู่หยุดการสนทนาไว้เพียงเท่านี้ก่อน เพราะตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเวลาที่จะขึ้นยานเพื่อเดินทางไปยังยานปราสาทเทียบท่าของท่านเค้าท์ครูเทโอ้ในอวกาศซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร ดังนั้นจึงเป็นการดีที่ควรจะแยกทั้งคู่ซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า

 

 

 

 

“ทางนี้ค่ะ องค์หญิง”

 

 

 

 

เอเดลริโต้จัดแจงเข็นรถเข็นที่ใหญ่เกือบเท่าตัวเธอด้วยความทุลักทุเล แม้อินาโฮะจะเสนอตัวเข็นให้แต่ก็ถูกปฏิเสธจากคนตัวเล็กอย่างไม่ใยดี ชายหนุ่มทั้งสองมองหญิงสาวทั้งสองที่นำหน้าไปก่อนแล้วสบตากันเงียบๆ

 

 

 

 

สเลนที่นิ่งเงียบมาตลอดจนถึงเมื่อครู่เริ่มเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจกับคนตรงหน้า

 

 

 

 

“ผมบอกให้คุณรอที่รถไงครับ”

 

 

 

 

“นั่นใช่คำพูดที่ใช้พูดกับคนที่ยศสูงกว่าเหรอครับ?”

 

 

 

 

ฝ่ายที่โดนสวนกลับแทบสะอึก กับคนที่มองทุกอย่างขาดตลอดแถมยังได้ความดีความชอบจนได้รัยยศบารอนมาครอง ทหารยศต่ำอย่างเขาจะเอาอะไรไปแย้งได้ คำพูดที่ตรงประเด็นซะจนหน้าชา ทำให้เขาทำได้แค่เพียงสะบัดหนีหลบสายตาที่เฉยชาคู่นั้นแล้วออกเดินนำหน้าคนที่ยศสูงกว่าทันที

 

 

 

 

เมื่อเห็นแบบนั้น จะให้ถูกทิ้งคนเดียวก็คงไม่ใช่เรื่องตลกขาเรียวเริ่มออกก้าวเดินตามคนตรงหน้าไป แม้ในคราแรกเขาดูเหมือนจะไม่สนใจในยศบารอนที่ได้มาโดยบังเอิญ

 

 

 

 

 

 

บังเอิญว่าเขาได้พบองค์หญิงและช่วยเหลือองค์หญิง

 

 


 

 

 

บังเอิญว่าการป้องกันตัวของเขาเป็นการช่วยเหลือโลก

 

 


 

 

 

และบังเอิญว่าในตอนนั้นเขาไม่ได้ตาย

 

 


 

 

 

อินาโฮะเพิ่มความเร็วในการเดินมากขึ้นเพื่อไล่ตามคนข้างหน้า เส้นผมสีน้ำตาลเข้มปลิวตามจังหวะการก้าวเดินแต่ละก้าวเผยให้เห็นรอยแผลเป็น เป็นทางยาวตรงขมับด้านซ้ายที่ซ่อนอยู่ใต้เรือนผมยากที่จะสังเกตเห็นได้

 

 

 

 

ทั้งที่จริงตัวเขาจะปฏิเสธยศไปซะก็ได้ แต่กลับรับเอาไว้ทั้งที่ไม่ต้องการพลังอัลด์นัวห์ หรือหุ่นยนต์ที่มีพลังมีอัลด์โนอาห์ไดร์ฟเลยแท้ๆ แต่ที่เขารับไว้เป็นเพราะสนใจ

 

 

 

 

ทั้งที่เป็นชาวโลกเหมือนกันแท้ๆ

 

 

 

 

นัยน์ตาสีแดงมองเส้นผมสีบรอนซ์ทองที่กำลังพลิ้วไหลอยู่ข้างหน้าแล้วคว้ามือจับมือเจ้าของเส้นผมนั้นไว้ให้หยุดเดิน

 

 

 

 

ถ้ามียศนี้ ก็จะได้รู้อะไรหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องชาวอังคาร อารยะธรรม ความรู้ ยุทโธปกรณ์ต่างๆที่น่าสนใจ เพราะงั้นเขาถึงได้ตอบรับคำชวนของเซลัมซังอย่างเต็มใจในการมาเที่ยวชมปราสาทเทียบท่าในครั้งนี้ตลอด 2 สัปดาห์ในอวกาศ ก็แค่ความอยากรู้อยากเห็นทั่วๆไป

 

 

 

 

รวมถึงเหตุผลที่ทำไมคนๆนี้ถึงได้อยู่ฝั่งชาวอังคาร ทั้งที่ตนเองเป็นชาวโลกด้วย

 

 

 

 

ทั้งที่ตอนแรกตัวเองก็ไม่ได้มีความสนใจในเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์อยู่แล้วด้วย แต่ทำไมพอรู้ว่าคนๆนี้ก็เป็นชาวโลกเช่นกันทั้งที่อยู่กับเวิสท์ ก็ทำให้จู่ๆก็รู้สึกสนใจยศบารอนขึ้นมาซะงั้น แต่ก็ทำไปเพื่อสังเกตท่าทีของอีกฝ่ายเท่านั้น

 

 

 

 

ว่าถ้าเกิด...

 

 

 

 

 

คนที่ตัวเองยิงไปกับมือ

 

 

 

 

 

กลับมายืนตรงหน้าด้วยยศที่สูงกว่าจะทำยังไงเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

คงคล้ายๆกับการสังเกตพฤติกรรมสัตว์หล่ะมั้ง

 

 

 

 

การที่รู้ชื่อของสัตว์ตัวนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะรู้จักสัตว์ตัวนั้น ต้องรู้ไปถึงอาหารการกิน ที่อยู่อาศัยและความเป็นอยู่ถึงจะเรียกว่ารู้จักได้จริงๆ

 

 

 

 

 

 

เพราะงั้น...

 

 


 

 

 

สเลนมองอีกฝ่ายที่รั้งตัวเขาไว้ด้วยความงุนงง แต่ครั้นพอจะเอ่ยปากถามก็กลายเป็นถูกกระชากอย่างแรงจนเซถลาจนศีรษะเกือบจะโขกกับอีกฝ่ายแต่ก็โชคดีที่ยังยั้งตัวเอาไว้ได้พอดี ทำให้ระยะห่างระหว่างเขาสองคนร่นลงมาจนเหลือแค่อีกไม่กี่เซนปลายจมูกของทั้งคู่ก็จะสัมผัสกัน

 

 

 

 

“2 สัปดาห์นี้ขอฝากตัวด้วยนะ”

 

 

 

 

 

มันก็แค่ความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นเอง

 

 


 

 

 

 

 

 

“โค-โม-ริ”


 
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในเรื่องสเลนยังเป็นทหารเหมือนเดินนะค่ะ ไม่มียศ
 
แล้วก็โดนส้มคาบเอายศบารอนตัดหน้าไปเฉย ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
 
ส่วนองค์หญิงต้องนั่งรถเข็นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะพิการไปเลยนะค่ะ ยังมีโอกาสเดินได้อยู่
 
ปล.เรื่องนี้ R18 แน่ๆ Undecided//เผ่น

Comment

Comment:

Tweet

ง่อววววววววววววววววววววววววววววววววววว .. แอบหลงรักเสลนถึงขนาดมาทัศนาศึกษาที่ดาวอังคารเลยนะเนี้ย 
งั้นก็จับค้างคาวให้ได้ล่ะ อย่าปล่อยไปนะ อิอิ

#3 By ดช.จัน สะกิดใจ (171.101.39.244|171.101.39.244) on 2015-03-05 17:14

xD R18 R18 r18 
เอาเลยค่ะเก็นดีเห็นงาม
เรามาร่วมกันกลั่นแกล้งสเลนกันต่อไปเถอะค่ะ 5555

#2 By (58.11.39.242|58.11.39.242) on 2014-12-07 19:05

แอร๊ยยยยยยยยย ส้มจะเอาค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยง(เมีย)สินะ //ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

#1 By (202.12.74.132|202.12.74.132) on 2014-11-26 22:21

Recommend