EvaXIII View my profile

[Fic:A/Z] Inaho x Slaine - EYE on BAT -2-

posted on 25 Dec 2014 01:49 by arty-alone directory Fiction
เอนทรี่นี้มาทั้งข่าวร้ายและข่าวดี
 
ข่าวดีคือไรเตอร์สอบไฟนอลเสร็จแล้ว
 
ส่วนข่าวร้ายคือไรเตอร์กลับบ้านซึ่งไร้ซึ่งอินเตอร์เน็ตเพราะงั้นกว่าจะกลับมาอัพได้ใหม่ก็หลังปีใหม่นู้น T^T
 
แต่ไม่ต้องห่วงไรเตอร์จะไปแต่งตุนไว้แล้วจะกลับมาอัพรัวๆให้นะคะ
 
ขอให้อ่านให้สนุกเหมือนเดิมจ้า
 
 

-------------------------------------------------------

*เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นมโนส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของ Aldnoah.Zero แต่ประการใด และ Aldnoah.Zero ก็ไม่ใช่การ์ตูน Y ด้วย *

---------------------------------------------------------
 
 
 
ตอนอื่นๆ
 
 
 
 
 

-2-

 

 

 

ภาพของโลกในห้วงอวกาศที่เคยเห็นแต่ในหน้าจอเล็กๆของแท็บเล็ตในมือตอนปรากฏขึ้นเต็มพื้นที่ของพื้นห้องที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราจนแทบเหมือนกับปราสาทตามชื่อ

 

 

อินาโฮะยืนมองภาพโลกที่ฉายบนพื้นอย่างสนอกสนใจ จนกระทั่งเอเดลริโต้เข็นรถเข็นขององค์หญิงเข้ามาข้างในพร้อมด้วยสเลนที่เดินตามหลังทั้งคู่มาติดๆ

 

 

“ชอบห้องนี้มั้ยค่ะ อินาโฮะซัง”

 

 

“เป็นห้องที่สวยดีนะครับ เซลัมซัง”

 

 

อินาโฮะมองหญิงสาวที่อยู่ในชุดระบายเปิดไหล่และหน้าท้องขาวพร้อมกับปล่อยผมที่ปกติเกล้ามัดไว้ตลอด คิดว่าคงเป็นชุดลำลองขององค์หญิงเวลาปกติ

 

 

ฝ่ายองค์หญิงที่ถูกจ้องอย่างเปิดเผยเพราะความอยากรุ้อยากเห็นเริ่มอายหน้าร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทั้งที่ปกติเวลาอยู่ในชุดนี้กับสเลนก็ไม่เคยเขินอายเท่าตอนนี้มาก่อน

 

 

 “องค์หญิงครับ ได้เวลาทำกายภาพบำบัดประจำวันแล้วนะครับ” สเลนที่เป็นคนสังเกตเห็นความผิดปกติขององค์หญิงเป็นคนแรกจึงออกตัวเข้ามาแทรกระหว่างทั้งสองคนทันที

 

 

“จ..จ้ะ สเลน” อัสเซลัมยื่นมือออกไปจับมือสเลนที่ยื่นมาให้อย่างเก้ๆกังๆพลางนึกขอบคุณสเลนในใจ

 

 

อินาโฮะยืนมองสเลนที่คอยพยุงองค์หญิงให้ลุกขึ้นยืนช้าๆโดยใช้ราวเหล็กพยุงร่างเอาไว้ สิ่งแรกที่เขารู้จากสเลนก่อนชื่อคือความจงรักภักดีต่อองค์หญิงที่เขามีเป็นอย่างมาก ทั้งที่เป็นชาวโลก แถมยังฆ่าบารอนที่ชื่อทริลแลมเพื่อปกป้ององค์หญิงทั้งที่จะยิงชาวโลกซักคนก็ยังไม่กล้ายิงแท้ๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องขององค์หญิงก็ได้ทำได้ทุกอย่างกระทั่งเหนี่ยวไกยิงที่หัวอย่างไม่ลังเลเหมือนตอนนั้น

 

 

อัสเซลัมพยุงร่างไว้บนราวเหล็กทั้งสองข้างแล้วพยายามก้าวขาเดินโดยมีสเลนและเอเดลริโต้คอยเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆจากด้านหลัง แม้สมองจะป้อนคำสั่งให้ก้าวเดินมากเท่าไหรแต่ร่างกายของเธอก็ไม่สามารถตอบสนองต่อคำสั่งนั้นได้ดั่งเช่นเมื่อก่อน ขาทั้งสองข้างของเธอนิ่งสนิทแม้จะรู้สึกถึงความเย็นและแข็งของพื้นภายในห้องแต่ก็ได้รู้สึกว่ามีขาของตนอยู่ตรงนั้นเลยซักนิดเดียว ไม่นานท่อนแขนที่บอบบางที่ต้องแบกรับน้ำหนักทั้งหมดของร่างกายก็เริ่มหมดเรี่ยวแรงและทรุดฮวบลงไปทันที

 

 

“องค์หญิง!” สเลนที่ไม่ได้สังเกตถึงอาการเหนื่อยล้าขององค์หญิงรีบถลาตัวเข้าไปเพื่อจะรับองค์หญิงแต่ก็ถูกตัดหน้าไปด้วยท่อนแขนแกร่งอีกข้างของชายหนุ่มที่อารมณ์บนใบหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว

 

 

“อะ...อินาโฮะซัง..” ผิวสัมผัสที่แน่บชิดและอ้อมแขนแกร่งที่มารองรับร่างกายไว้ทำให้อัสเซลัมเขินอายจนหน้าแดงแต่ก็ไม่อาจสลัดหนีได้เพราะขาที่ไร้เรี่ยวแรงของตน แต่ถึงเป็นแบบนั้นลึกๆในใจที่ไหนซักแห่งกลับดีใจที่ตอนนี้ตนไม่อาจเดินได้และได้พึ่งพิงอ้อมแขนชายคนนี้

 

 

“วันนี้พอแค่ก่อนดีมั้ยครับ เซลัมซัง”

 

 

“จ้ะ”

 

 

อินาโฮะอุ้มอัสเซลัมขึ้นแล้วพาไปยังรถเข็นที่มีสเลนยืนรออยู่แล้ว ดวงสีฟ้ามรกตนั้นจ้องมองทั้งคู่อย่างไม่พอใจแม้ว่าจะตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ก็ตามแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาคนช่างสังเกตแต่พูดน้อยอย่างอินาโฮะได้ ในตอนนั้นเขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องเข้ามารับอัสเซลัมแน่ๆ แต่เพราะไม่อยากเห็นคนอื่นบาดเจ็บมือยื่นออกไปก่อนทุกที บางทีสเลนอาจจะได้จารึกประวัติของตัวเองว่าได้ฆ่าบารอนเพิ่มขึ้นอีก1คนซึ่งก็คือผมก็ได้

 

 

ในตอนที่เขากำลังจนวางอัสเซลัมลงบนรถเข็นดูเหมือนเขาจะปล่อยมือที่รองอัสเซลัมเร็วไปหน่อยทำให้เธอเสียหลักจนต้องรีบคว้าแขนของสเลนที่ยื่นออกมาทันที

 

 

“โอ๊ย!”

 

 

สเลนที่ถูกคว้าแขนร้องลั่นออกมาทันทีทั้งที่เรียวแรงขององค์หญิงไม่ได้มีมากมายอะไรแท้ๆ

 

 

“ขอโทษนะจ้ะ สเลนเจ็บงั้นเหรอจ้ะ?”

 

 

อัสเซลัมมีสีหน้าเป็นกังวลเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องลั่นแต่สเลนก็ปฏิเสธพร้อมกับยิ้มบอกว่าแค่ตกใจที่ถูกคว้าแขนแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ในสายตาของอินาโฮะที่จ้องมองพฤติกรรมเมื่อครู่ หยดเหงื่อที่เริ่มขึ้นประปรายตามไรผมของอีกฝ่ายบอกได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่าย “ไม่โอเค” แค่ไหน

 

 

สุดท้ายเอเดลริโต้รับหน้าที่พาองค์หญิงอัสเซลัมไปส่งที่ห้อง ส่วนสเลนต้องพาอินาโฮะที่เพิ่งขึ้นปราสาทเทียบท่าของเค้าท์ครูทริโอ้มาวันแรกไปเที่ยวชมส่วนต่างๆ

 

 

สเลนเหลือบมองอินาโฮะที่ยืนจิ้มแท็บเล็ตในมือเหมือนไม่สนใจในการมีตัวตนของเขาอย่างอึดอัดใจ ทั้งที่ต้องพาอีกฝ่ายไปเดินเที่ยวชมส่วนต่างๆแต่เขาเองก็ไม่รู้ที่จะเริ่มจากส่วนไหนก่อน ไหนจะสีหน้าของอีกฝ่ายที่เหมือนปลาตายจนเดาไม่ออกเลยว่าจะเริ่มชวนคุยที่อะไรก่อนดียิ่งทำให้บรรยากาศในห้องน่าอึดอัดเข้าไปใหญ่ ไหนจะสภาพแขนของเขาตอนนี้...

 

 

“ห้องพยาบาล”

 

 

“เอ๋?”

 

 

สเลนหันไปมองคนข้างๆแบบงงๆ ถ้าหูของเขาไม่ได้ฟาดเมื่อกี้เหมือนเขาจะเพิ่งได้ยินชายคนที่ยืนอยู่ข้างๆพูดว่าห้องพยาบาล

 

 

“นายมีหน้าที่ต้องพาผมเที่ยวชมที่นี้ใช่มั้ย?” อินาโฮะเก็บแท็บเล็ตในมือลงกระเป๋าเสื้อแล้วหันมาคุยกับสเลนตรงๆ

 

 

“คะ..ครับ”

 

 

“งั้นก็พาไปห้องพยาบาล ฉันอยากไปห้องพยาบาล”

 

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

“ที่นี้หล่ะครับห้องพยาบาลของปราสาทเทียบท่าของท่านครูทริโอ้” สเลนเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้าไปด้านในก่อนที่ตัวเองจะเดินตามเข้าไปพร้อมกับปิดประตู

 

 

ทั่วทั้งห้องพยาบาลถูกตกแต่งด้วยสีขาวล้วนดูแล้วสะอาดตา ภายในมีเตียงว่างๆตั้งเรียงเป็นแถวตามความยาวห้องตรงข้ามเตียงเหล่านั้น มีอุปกรณ์การแพทย์ทันสมัยมากมายทั้งที่มีในโลกและไม่มีในโลกวางอยู่เรียงราย แต่ก็ไร้ซึ่งผู้คนอยู่ภายใน

 

 

“ไม่มีหมอประจำห้องพยาบาลเหรอ?”

 

 

“ถึงจะบอกว่าเป็นหมอแต่ก็เป็นทหารเพราะงั้นคงไม่ได้ประจำอยู่ที่ห้องพยาบาลตลอดหรอกครับ ตอนนี้ก็คงทำหน้าที่อย่างอื่นอยู่ ส่วนหมอประจำตัวราชวงศ์จะอยู่แยกอีกห้องที่ใกล้กับห้องขององค์หญิงเพื่อความสะดวกในการรักษาองค์หญิงครับ”

 

 

“งั้นเหรอ”

 

 

อีกฝ่ายทำเสียงเหมือนว่าสนใจในสิ่งที่เขาเล่าแต่จากสีหน้าเหมือนจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจซักเท่าไหรเลยซักนิด ความขัดแย้งเล็กๆนี้มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆในใจโดยที่ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่ ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยเปล่าถ้ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจเข้าใจก็รีบๆสลัดมันไปซะก่อนที่มันจะทำให้ตัวเขาสับสนมากขึ้นจะดีกว่า

 

 

“ว่าแต่จะไปดูที่ไหนต่อดีครับ” เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรในห้องนี้ที่เขาจะแนะนำให้อีกฝ่ายได้อีก ก็รีบหมุนตัวจะเดินออกไปจากห้องเพื่อพาไปดูที่อื่น แต่มือหนาของคนที่ยศใหญ่กว่ากลับคว้าแขนหยุดเขาไว้ไม่ให้ไปไหนแทน

 

 

“ไม่ต้อง อยู่ที่นี้ก่อน”

 

 

“ตะ...แต่ว่ายังมีอีกตั้งหลายที่เลยนะครับ” สเลนมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจแต่เพราะยศที่ใหญ่กว่าทำให้เขาได้แค่ยืนรออีกฝ่ายพูดเงียบๆ

 

 

“...ไว้ทำแผลที่แขนของนายเสร็จแล้วค่อยไปก็ได้”

 

 

คำพูดที่ไม่น่าเชื่อหลุดออกมาจากปากอินาโฮะ ทำให้สเลนตกใจจนรีบกระชากแขนของตนเองกลับทันที

 

 

“คุณรู้ได้ไงกันครับ!”

 

 

“นั้นสินะ...”อินาโฮะเดินไปหยิบผ้าพันแผลและแอลกอฮอล์ออกจากตู้ยาโดยไม่สนใจท่าที