EvaXIII View my profile

[Fic:A/Z] Inaho x Slaine - EYE on BAT -2-

posted on 25 Dec 2014 01:49 by arty-alone directory Fiction
เอนทรี่นี้มาทั้งข่าวร้ายและข่าวดี
 
ข่าวดีคือไรเตอร์สอบไฟนอลเสร็จแล้ว
 
ส่วนข่าวร้ายคือไรเตอร์กลับบ้านซึ่งไร้ซึ่งอินเตอร์เน็ตเพราะงั้นกว่าจะกลับมาอัพได้ใหม่ก็หลังปีใหม่นู้น T^T
 
แต่ไม่ต้องห่วงไรเตอร์จะไปแต่งตุนไว้แล้วจะกลับมาอัพรัวๆให้นะคะ
 
ขอให้อ่านให้สนุกเหมือนเดิมจ้า
 
 

-------------------------------------------------------

*เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นมโนส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของ Aldnoah.Zero แต่ประการใด และ Aldnoah.Zero ก็ไม่ใช่การ์ตูน Y ด้วย *

---------------------------------------------------------
 
 
 
ตอนอื่นๆ
 
 
 
 
 

-2-

 

 

 

ภาพของโลกในห้วงอวกาศที่เคยเห็นแต่ในหน้าจอเล็กๆของแท็บเล็ตในมือตอนปรากฏขึ้นเต็มพื้นที่ของพื้นห้องที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราจนแทบเหมือนกับปราสาทตามชื่อ

 

 

อินาโฮะยืนมองภาพโลกที่ฉายบนพื้นอย่างสนอกสนใจ จนกระทั่งเอเดลริโต้เข็นรถเข็นขององค์หญิงเข้ามาข้างในพร้อมด้วยสเลนที่เดินตามหลังทั้งคู่มาติดๆ

 

 

“ชอบห้องนี้มั้ยค่ะ อินาโฮะซัง”

 

 

“เป็นห้องที่สวยดีนะครับ เซลัมซัง”

 

 

อินาโฮะมองหญิงสาวที่อยู่ในชุดระบายเปิดไหล่และหน้าท้องขาวพร้อมกับปล่อยผมที่ปกติเกล้ามัดไว้ตลอด คิดว่าคงเป็นชุดลำลองขององค์หญิงเวลาปกติ

 

 

ฝ่ายองค์หญิงที่ถูกจ้องอย่างเปิดเผยเพราะความอยากรุ้อยากเห็นเริ่มอายหน้าร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทั้งที่ปกติเวลาอยู่ในชุดนี้กับสเลนก็ไม่เคยเขินอายเท่าตอนนี้มาก่อน

 

 

 “องค์หญิงครับ ได้เวลาทำกายภาพบำบัดประจำวันแล้วนะครับ” สเลนที่เป็นคนสังเกตเห็นความผิดปกติขององค์หญิงเป็นคนแรกจึงออกตัวเข้ามาแทรกระหว่างทั้งสองคนทันที

 

 

“จ..จ้ะ สเลน” อัสเซลัมยื่นมือออกไปจับมือสเลนที่ยื่นมาให้อย่างเก้ๆกังๆพลางนึกขอบคุณสเลนในใจ

 

 

อินาโฮะยืนมองสเลนที่คอยพยุงองค์หญิงให้ลุกขึ้นยืนช้าๆโดยใช้ราวเหล็กพยุงร่างเอาไว้ สิ่งแรกที่เขารู้จากสเลนก่อนชื่อคือความจงรักภักดีต่อองค์หญิงที่เขามีเป็นอย่างมาก ทั้งที่เป็นชาวโลก แถมยังฆ่าบารอนที่ชื่อทริลแลมเพื่อปกป้ององค์หญิงทั้งที่จะยิงชาวโลกซักคนก็ยังไม่กล้ายิงแท้ๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องขององค์หญิงก็ได้ทำได้ทุกอย่างกระทั่งเหนี่ยวไกยิงที่หัวอย่างไม่ลังเลเหมือนตอนนั้น

 

 

อัสเซลัมพยุงร่างไว้บนราวเหล็กทั้งสองข้างแล้วพยายามก้าวขาเดินโดยมีสเลนและเอเดลริโต้คอยเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆจากด้านหลัง แม้สมองจะป้อนคำสั่งให้ก้าวเดินมากเท่าไหรแต่ร่างกายของเธอก็ไม่สามารถตอบสนองต่อคำสั่งนั้นได้ดั่งเช่นเมื่อก่อน ขาทั้งสองข้างของเธอนิ่งสนิทแม้จะรู้สึกถึงความเย็นและแข็งของพื้นภายในห้องแต่ก็ได้รู้สึกว่ามีขาของตนอยู่ตรงนั้นเลยซักนิดเดียว ไม่นานท่อนแขนที่บอบบางที่ต้องแบกรับน้ำหนักทั้งหมดของร่างกายก็เริ่มหมดเรี่ยวแรงและทรุดฮวบลงไปทันที

 

 

“องค์หญิง!” สเลนที่ไม่ได้สังเกตถึงอาการเหนื่อยล้าขององค์หญิงรีบถลาตัวเข้าไปเพื่อจะรับองค์หญิงแต่ก็ถูกตัดหน้าไปด้วยท่อนแขนแกร่งอีกข้างของชายหนุ่มที่อารมณ์บนใบหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว

 

 

“อะ...อินาโฮะซัง..” ผิวสัมผัสที่แน่บชิดและอ้อมแขนแกร่งที่มารองรับร่างกายไว้ทำให้อัสเซลัมเขินอายจนหน้าแดงแต่ก็ไม่อาจสลัดหนีได้เพราะขาที่ไร้เรี่ยวแรงของตน แต่ถึงเป็นแบบนั้นลึกๆในใจที่ไหนซักแห่งกลับดีใจที่ตอนนี้ตนไม่อาจเดินได้และได้พึ่งพิงอ้อมแขนชายคนนี้

 

 

“วันนี้พอแค่ก่อนดีมั้ยครับ เซลัมซัง”

 

 

“จ้ะ”

 

 

อินาโฮะอุ้มอัสเซลัมขึ้นแล้วพาไปยังรถเข็นที่มีสเลนยืนรออยู่แล้ว ดวงสีฟ้ามรกตนั้นจ้องมองทั้งคู่อย่างไม่พอใจแม้ว่าจะตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ก็ตามแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาคนช่างสังเกตแต่พูดน้อยอย่างอินาโฮะได้ ในตอนนั้นเขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องเข้ามารับอัสเซลัมแน่ๆ แต่เพราะไม่อยากเห็นคนอื่นบาดเจ็บมือยื่นออกไปก่อนทุกที บางทีสเลนอาจจะได้จารึกประวัติของตัวเองว่าได้ฆ่าบารอนเพิ่มขึ้นอีก1คนซึ่งก็คือผมก็ได้

 

 

ในตอนที่เขากำลังจนวางอัสเซลัมลงบนรถเข็นดูเหมือนเขาจะปล่อยมือที่รองอัสเซลัมเร็วไปหน่อยทำให้เธอเสียหลักจนต้องรีบคว้าแขนของสเลนที่ยื่นออกมาทันที

 

 

“โอ๊ย!”

 

 

สเลนที่ถูกคว้าแขนร้องลั่นออกมาทันทีทั้งที่เรียวแรงขององค์หญิงไม่ได้มีมากมายอะไรแท้ๆ

 

 

“ขอโทษนะจ้ะ สเลนเจ็บงั้นเหรอจ้ะ?”

 

 

อัสเซลัมมีสีหน้าเป็นกังวลเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องลั่นแต่สเลนก็ปฏิเสธพร้อมกับยิ้มบอกว่าแค่ตกใจที่ถูกคว้าแขนแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ในสายตาของอินาโฮะที่จ้องมองพฤติกรรมเมื่อครู่ หยดเหงื่อที่เริ่มขึ้นประปรายตามไรผมของอีกฝ่ายบอกได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่าย “ไม่โอเค” แค่ไหน

 

 

สุดท้ายเอเดลริโต้รับหน้าที่พาองค์หญิงอัสเซลัมไปส่งที่ห้อง ส่วนสเลนต้องพาอินาโฮะที่เพิ่งขึ้นปราสาทเทียบท่าของเค้าท์ครูทริโอ้มาวันแรกไปเที่ยวชมส่วนต่างๆ

 

 

สเลนเหลือบมองอินาโฮะที่ยืนจิ้มแท็บเล็ตในมือเหมือนไม่สนใจในการมีตัวตนของเขาอย่างอึดอัดใจ ทั้งที่ต้องพาอีกฝ่ายไปเดินเที่ยวชมส่วนต่างๆแต่เขาเองก็ไม่รู้ที่จะเริ่มจากส่วนไหนก่อน ไหนจะสีหน้าของอีกฝ่ายที่เหมือนปลาตายจนเดาไม่ออกเลยว่าจะเริ่มชวนคุยที่อะไรก่อนดียิ่งทำให้บรรยากาศในห้องน่าอึดอัดเข้าไปใหญ่ ไหนจะสภาพแขนของเขาตอนนี้...

 

 

“ห้องพยาบาล”

 

 

“เอ๋?”

 

 

สเลนหันไปมองคนข้างๆแบบงงๆ ถ้าหูของเขาไม่ได้ฟาดเมื่อกี้เหมือนเขาจะเพิ่งได้ยินชายคนที่ยืนอยู่ข้างๆพูดว่าห้องพยาบาล

 

 

“นายมีหน้าที่ต้องพาผมเที่ยวชมที่นี้ใช่มั้ย?” อินาโฮะเก็บแท็บเล็ตในมือลงกระเป๋าเสื้อแล้วหันมาคุยกับสเลนตรงๆ

 

 

“คะ..ครับ”

 

 

“งั้นก็พาไปห้องพยาบาล ฉันอยากไปห้องพยาบาล”

 

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

“ที่นี้หล่ะครับห้องพยาบาลของปราสาทเทียบท่าของท่านครูทริโอ้” สเลนเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้าไปด้านในก่อนที่ตัวเองจะเดินตามเข้าไปพร้อมกับปิดประตู

 

 

ทั่วทั้งห้องพยาบาลถูกตกแต่งด้วยสีขาวล้วนดูแล้วสะอาดตา ภายในมีเตียงว่างๆตั้งเรียงเป็นแถวตามความยาวห้องตรงข้ามเตียงเหล่านั้น มีอุปกรณ์การแพทย์ทันสมัยมากมายทั้งที่มีในโลกและไม่มีในโลกวางอยู่เรียงราย แต่ก็ไร้ซึ่งผู้คนอยู่ภายใน

 

 

“ไม่มีหมอประจำห้องพยาบาลเหรอ?”

 

 

“ถึงจะบอกว่าเป็นหมอแต่ก็เป็นทหารเพราะงั้นคงไม่ได้ประจำอยู่ที่ห้องพยาบาลตลอดหรอกครับ ตอนนี้ก็คงทำหน้าที่อย่างอื่นอยู่ ส่วนหมอประจำตัวราชวงศ์จะอยู่แยกอีกห้องที่ใกล้กับห้องขององค์หญิงเพื่อความสะดวกในการรักษาองค์หญิงครับ”

 

 

“งั้นเหรอ”

 

 

อีกฝ่ายทำเสียงเหมือนว่าสนใจในสิ่งที่เขาเล่าแต่จากสีหน้าเหมือนจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจซักเท่าไหรเลยซักนิด ความขัดแย้งเล็กๆนี้มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆในใจโดยที่ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่ ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยเปล่าถ้ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจเข้าใจก็รีบๆสลัดมันไปซะก่อนที่มันจะทำให้ตัวเขาสับสนมากขึ้นจะดีกว่า

 

 

“ว่าแต่จะไปดูที่ไหนต่อดีครับ” เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรในห้องนี้ที่เขาจะแนะนำให้อีกฝ่ายได้อีก ก็รีบหมุนตัวจะเดินออกไปจากห้องเพื่อพาไปดูที่อื่น แต่มือหนาของคนที่ยศใหญ่กว่ากลับคว้าแขนหยุดเขาไว้ไม่ให้ไปไหนแทน

 

 

“ไม่ต้อง อยู่ที่นี้ก่อน”

 

 

“ตะ...แต่ว่ายังมีอีกตั้งหลายที่เลยนะครับ” สเลนมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจแต่เพราะยศที่ใหญ่กว่าทำให้เขาได้แค่ยืนรออีกฝ่ายพูดเงียบๆ

 

 

“...ไว้ทำแผลที่แขนของนายเสร็จแล้วค่อยไปก็ได้”

 

 

คำพูดที่ไม่น่าเชื่อหลุดออกมาจากปากอินาโฮะ ทำให้สเลนตกใจจนรีบกระชากแขนของตนเองกลับทันที

 

 

“คุณรู้ได้ไงกันครับ!”

 

 

“นั้นสินะ...”อินาโฮะเดินไปหยิบผ้าพันแผลและแอลกอฮอล์ออกจากตู้ยาโดยไม่สนใจท่าทีระแวงของสเลนที่อยู่ด้านหลังแล้วเดินตรงไปนั่งบนเตียงที่ว่างอยู่พลางตบลงบนที่ว่างข้างๆ “จะบอกก็ได้ ถ้านายยอมมานั่งนิ่งๆแล้วทำแผลตรงนี้นะ”

 

 

ช่วงเวลาแค่ไม่กี่นาทีแต่สีหน้าของสเลนกลับเปลี่ยนไปเปลี่ยนมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งสงสัย หวาดระระแวง และอยากรู้อยากเห็น สลับไปมาอยู่อย่างนั้น จนเขาต้องแอบกลั้นขำอยู่ลึกๆในใจแม้ว่ามุมปากของเขาในความเป็นจริงมันจะไม่กระตุกเลยซักมิลก็ตาม

 

 

แต่จนแล้วจนรอดสเลนก็ยังไม่มีท่าทีจะขยับเข้าใกล้อินาโฮะเลยซักนิด เหมือนกับลูกแมวที่กำลังลังเลอยู่หน้าถาดนมแต่ดันมีคนไม่คุ้นหน้าอยู่ใกล้ๆจนไม่กล้าเข้าไปกินซักที

 

 

สุดท้ายก็ต้องใช้ไม้แข็งจนได้

 

 

“ในฐานะบารอนฉันขอสั่งให้นายมานั่งตรงนี้”

 

 

คราวนี้สีหน้าของสเลนเปลี่ยนจากสับสนเป็นกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้วก็จำใจก้าวเข้ามานั่งข้างๆเขาแบบจำใจ

 

 

“ถอดถุงมืออกแล้วถลกแขนเสื้อขึ้นซะ”

 

 

ร่างบางเหลือบมองเขาเหมือนไม่แน่ใจก่อนจะถอดถุงมือทั้งสองข้างออกแล้วถลกแขนเสื้อขึ้นตามคำสั่ง ตามปกติแล้วสีผิวของคนต้องเรียบเนียนสม่ำเสมอแล้วเป็นเนื้อเดียวกัน แต่ที่แขนของสเลนกลับเป็นรอยช้ำเลือดสีม่วงคล้ำที่ขึ้นเป็นจ้ำๆแผ่ทั่วทั้งท่อนแขน ไหนจะสะเก็ดแผลที่เพิ่งแห้งตามท่อนแขนและฝ่ามือ คาดว่าคงจะล้มลงบนพื้นสากๆ แผลถึงได้เหวอะขนาดนี้ ส่วนรอยช้ำพวกนี้ดูยังไงก็...

 

 

เป็นฝีมือของคนชัดๆ

 

 

“ใครเป็นคนทำ?”

 

 

สเลนเหมือนจะสะดุ้งเล็กน้อยที่คำถามไม่ใช่ ไปทำอะไรมา แต่เป็น “ใคร” เป็นคนทำ

 

 

“คุณก็ตอบผมมาก่อนสิครับว่ารู้ได้ยังไงว่าผมมีแผลที่แขน”

 

 

“ก็เพราะนายโกหกไม่เก่งไง” อินาโฮะที่กำลังจะใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดแผลแกล้งเพิ่มแรงในการเช็ดลงไปจนสเลนเผลอหลุดร้องไม่เป็นภาษาออกมาแล้วมองหน้าเขาเหมือนจะสื่อว่า ‘เหมือนที่พูดไว้ไม่มีผิด’

 

 

“คราวนี้ตานายแล้ว ใครเป็นคนทำ”

 

 

สเลนอ้ำอึ้งอยู่นานเหมือนลังเลที่จะพูดออกมา ทั้งๆที่คนๆนี้ชอบทำหน้าเหมือนไม่ได้สนใจอะไรแท้ๆ แต่กลับเข้าใจทุกอย่างราวกับมองได้ทะลุปรุโปร่งไปซะทุกที สุดท้ายก็เป็นสเลนที่เป็นฝ่ายจำใจยอมแพ้ไปก่อน

 

 

“พวกทหารคนอื่นๆน่ะครับ”

 

 

“ทำไม?”

 

 

คนๆนี้ถามเรื่องแบบนี้โดยไม่ลังเลซักนิด แบบนี้สินะครับที่เขาเรียกว่าอยากรู้อยากเห็น สเลนยิ้มขำนิดๆแล้วตอบคำถามโดยมีสีหน้าที่ผ่อนคลายขึ้น

 

 

“เพราะเป็นชาวโลกไงครับ ก็อย่างที่รู้กันว่าชาวเวิร์สน่ะรังเกียจชาวโลกเพราะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ต้อยต่ำกว่าชาวเวิร์สที่ถือได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่จะมาทดแทนชาวโลก ดังนั้นผมที่เป็นชาวโลกเพียงคนเดียวในอาณาจักรเวิร์สนับตั้งแต่คุณพ่อตายไปก็เริ่มเจอเรื่องแบบนี้จนเหมือนเป็นเรื่องปกติไปซะแล้วหล่ะครับ”

 

 

“การถูกทำร้ายทุกวันไม่ใช่เรื่องปกติหรอกนะ โคโมริ”

 

 

ทั้งที่เป็นชาวโลกเหมือนกัน แค่เพียงเพราะปกป้องตัวเอง คนหนึ่งได้รับการยกย่องเชิดชู แต่อีกคนเพียงเพราะเป็นชาวโลกกลับโดนเหยียบย่ำทำลาย เราทั้งสองคนต่างเหมือนเหรียญคนละด้าน แม้เกิดจากสิ่งเดียวเป็นชาวโลกเหมือนกัน แต่ก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ถึงอย่างนั้นโชคชะตาก็ให้เราสองคนได้พบกัน มันเพราะอะไรกัน...

 

 

“นะ....นั้นสินะครับ...”

 

 

“ไม่เหนื่อยรึไง?”

 

 

“ไม่ครับเพราะมีองค์หญิงอยู่ด้วยผมถึงทนได้ เพราะว่าองค์หญิงเคยช่วยชีวิตผมมาก่อนดังนั้นผมจึงต้องตอบแทนด้วยการปกป้ององค์หญิงให้ได้”

 

 

“มิน่าหล่ะตอนนั้นนายถึงได้ยิงฉันแบบไม่ลังเลเลยซักนิด”

 

 

“กะ..ก็ก่อนหน้านั้น...คุณยิงผมตกทะเลก่อนนี้ครับ!” สเลนหันมาโวยไม่พอใจเหมือนเด็กๆ แม้สีหน้าของอินาโฮะจะยังนิ่งเฉยเหมือนปกติแต่มุมปากกำลังกระตุกยิ้มขึ้นแบบที่ถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น

 

 

“ตอนนั้นฉันกะจะฮุบองค์หญิงไว้คนเดียว ก็เลยยิ่งนายร่วง”

 

 

แม้คำพูดที่ว่าจะฟังดูเหมือนพูดเล่นมากกว่าพูดจริง แต่เพราะใบหน้าที่นิ่งเสมอต้นเสมอปลายทำให้สเลนเชื่อสนิทใจจนรีบชักมือกลับทันที

 

 

“รู้งี้ ตอนนั้นผมน่าจะยิ่งซ้ำให้คุณตายจริงๆก็ดี!!”

 

 

“จงรักภักดีจริงนะ นายชอบองค์หญิงรึไง?” อินาโฮะแบมือขวาออกเหมือนสั่งว่าให้เขายื่นมือมา พร้อมกับถือผ้าพันแผลในมือซ้ายเตรียมจะพันแผลให้อีกฝ่าย แต่เพราะคำพูดเมื่อกี้ทำให้เขายังหวั่นๆที่จะยื่นมือไปให้

 

 

“ถึงผมจะชอบองค์หญิง.....แต่มันก็เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ทหารกับองค์หญิงแห่งอาณาจักรเวิร์สมันต่างกันเกินไป...”

 

 

“ถ้างั้น แล้วฉันหล่ะ?”

 

 

“ครับ?”

 

 

“แล้วนายเกลียดฉันรึเปล่า?” อินาโฮะยื่นมือขวาค้างไว้ตรงหน้าสเลนนิ่งเหมือนกับกำลังรอคำตอบ สเลนที่ยังหวาดระแวงมองมือและใบหน้าอินาโฮะสลับไปมาแต่เมื่อเห็นแววตาที่จริงจังไม่เหมือนที่แล้วๆมา

 

 

เพราะความรู้สึกนี้แท้ๆ ความรู้สึกที่ขัดแย้ง ทั้งที่ทำเหมือนไม่สนใจอะไร แต่เพราะสายตาคู่นั้น ทำไมผมถึงคาดหวังว่าสายตาคู่นั้นจะจับจ้องมาที่ผมนะ

 

 

“ถึงคุณ...จะเป็นพวกเดาอารมณ์ไม่ออก แถมยังน่าหงุดหงิด(เพราะเข้าใกล้องค์หญิง) แต่คุณก็อยู่ฝ่ายเดียวกับองค์หญิง เพราะงั้น....”

 

 

            สเลนยื่นมือออกไปให้อินาโฮะแล้วยิ้มให้

 

 

            “...ผมไม่เกลียดคุณหรอกครับ อินาโฮะซัง”

 

 

แต่แทนที่อินาโฮะจะได้พันแผลให้สเลนตามที่ต้องการในตอนแรก มือหนาก็ออกแรกกระชากให้ร่างบางนั้นเซถลาเข้ามาใกล้แล้วจัดการประทับจูบเบาๆบนริมฝีปากนั้น มือซ้ายที่ยังคงถือผ้าพันแผลไว้ในมือค่อยๆขยับเลื่อนขึ้นมากอดเอวอีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนีเมื่อเขาทั้งคู่เริ่มที่จะก้าวเข้าสู่การจูบที่มากกว่าเอาริมฝีปากแตะกัน

 

 

“...ยะ..หยุ...ด”

 

 

สเลนพูดกระท่อนกระแท่นไม่เป็นภาษาเพราะเมื่อเขาอ้าปากจะห้ามก็ถูกอินาโฮะประจูบปิดปากจนไม่อันได้พูดจบประโยค ไหนจะลิ้นร้อนที่ขยับไหวไปมาในปากของเขาจนทำให้สมองเบาหวิวคิดอะไรแทบไม่ออกนอกจากความรู้สึกอุ่นร้อนจากอีฝ่ายผ่านริมฝีปากและความเจ็บแปล็บที่แขนที่ถูกอินาโฮะจับไว้ไม่ให้หนี

 

 

อินาโฮะค่อยๆผลักออกมาลงมือพันแผลอย่างที่หวังไว้จริงๆ โดยสเลนอยู่ในสภาพหน้าแดงแจ๋แถมยังพูดอะไรไม่ออกเพราะคนตรงหน้าตอนนี้กำลังยิ้ม แถมยังเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่ไม่คิดว่าคนอย่างอินาโฮะจะทำ แต่ก็เหมือนอ่านใจออกอินาโฮะเงยหน้ามองสเลนที่ไม่รู้จะเริ่มท้วงที่อะไรก่อนแล้วตอบด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

“ค่าทำแผลไง โคโมริ”

 

 

 

* บันทึกโคโมริวันที่ 1 *

            ในสมองมีแต่เรื่ององค์หญิง

            จูบโคโมริรสชาติเหมือนลูกอมมิ้นต์

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โคโมริ-->แปลว่าค้างคาวนะค่ะ
 
ในเรื่องส้มจะพูดสุภาพกะองค์หญิงส่วนกะสเลนก็อย่างที่เห็นในเรื่อง 55555
 
 แรกๆว่าจะแต่งเน้นเอาดราม่า อ่านไปอ่านมามุ้งมิ้งซะงั้น....
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

รู้จักแต่ค้างคาวกินส้ม....แต่บางทีส้มก็แค้นเลยกลายพันธุ์มาเป็นส้มกินค้างคาวสินะ...กินไวซะด้วย....กริ๊ดดดดดด ฟิน!!!

#6 By มันช่างมุ้มมิ้ง อร๊ายยยย~~~=///= (171.100.116.159|171.100.116.159) on 2015-03-30 22:04

ส้ม...ค่าทำแผลนี่แบบว่า แอร๊ย เขิน
ที่ทำแผลให้นี่คือวางแผนมาตั้งแต่แรกแล้วสินะ สินะ??!!!
ค่าทำแผลน่าจะมากกว่านี้...ถ้าไม่อยากให้น้องมีแผลก็แต่งงานกันเลยสิคะ จะได้ไม่มีใครกล้าแตะต้อง //ดีงาม

#5 By ShootingStarzZ on 2015-03-25 20:24

ค..ค่าทำแผลแบบนี้มันไม่ถูกไปหน่อยรึไงอินาโฮะซัง .. #ผิด
มีเขียนบันทงบันทึกด้วยง่าาาา สนใจค้างคาวชุบแป้งทอดมากเลยสิท่าาาา แฮ่กกกกก...

#4 By ดช.จัน สะกิดใจ (171.101.39.244|171.101.39.244) on 2015-03-05 17:45

#3 By (1.10.253.76|1.10.253.76) on 2015-01-27 20:10

ส้มรุกเร็วมากกกกกกก
อยากกินค้างคาวเร็วๆก็ไม่บอก

#2 By (1.46.77.109|1.46.77.109) on 2014-12-28 14:07

ใครทำลายสเลน 
ส้มเป็นสิ่งมีชีวิตที่กินค้างคาว

#1 By meen (182.52.126.16|182.52.126.16) on 2014-12-27 17:37

Recommend