EvaXIII View my profile

[Fic:A/Z] Inaho x Slaine - EYE on BAT -3-

posted on 14 Jan 2015 03:22 by arty-alone directory Fiction
หลังจากที่ได้ดู Aldnoah Zero SS2 ไป...
 
บอกเลยว่าแม่ยกสเลนอย่างไรเตอร์ระทมมาก 
 
อะไรค้างคาวน้อยของแฟนเกิร์ลจะชีวิตรันทดขนาดน้านนนนนน
 
แถมพอดูๆไปเหมือนรู้สึกสังหรใจว่าส้มกับค้างคาวต้องตีกันตายแน่ๆ
 
เลยขอเปลี่ยนทั้งชื่อเปลี่ยนทั้งแนวเรื่องจากที่ต้องแรกตั้งใจจะดราม่ากินมาม่ากันทั้งวัน เปลี่ยนเป็น เอาให้มุ้งมิ้งหวานเลี่ยนจนต้องเรียกให้มดมาขนน้ำตาล 
 
ส่วนที่เปลี่ยนชื่อด้วยเพราะคิดว่าชื่อ if i'm not dead คงไม่เข้ากับเรื่องแนวมุ้งมิ้งซักเท่าไหรเลยเปลี่ยนเป็น eye on bat (จับตาดูค้างคาว) แทน
 
ขอให้มีความสุขกับการอ่านเช่นเคยค่ะ
 
 

-------------------------------------------------------

*เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นมโนส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของ Aldnoah.Zero แต่ประการใด และ Aldnoah.Zero ก็ไม่ใช่การ์ตูน Y ด้วย *

---------------------------------------------------------
 
 
 
ตอนก่อนๆ
 
 
 
 
 
 
 
-3-
 
 
 

วันที่3นับตั้งแต่เจ้าส้มขึ้นมาที่ปราสาทเทียบท่าของท่านเค้าท์ครูทริโอ้ ชายหนุ่มหน้าตายที่ปกติก็แทบจะอ่านสีหน้าอะไรไม่ออก แถมยังมียศเป็นถึงบารอนทั้งที่เป็นแค่ชาวโลกตอนนี้ผันตัวมาเป็นคนทำแผลประจำตัวให้กับทหารชั้นล่างแถมยังเป็นชาวโลกอย่างผม โดยให้เหตุผลสั้นๆว่า “ถ้าไม่อยากให้องค์หญิงรู้ก็ยอมให้ทำแผลซะ” ตัวผมที่มีดีแต่ความภักดีที่มีให้องค์หญิงเพราะไม่อยากให้ท่านเป็นห่วงและลำบากใจที่ผมมีบาดแผลได้ทุกวันก็จำยอมให้เจ้าบารอนส้มทำแผลให้แต่โดยดี แต่ปัญหาจริงๆมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น แต่เป็นที่ค่าทำแผลที่เขาเรียกเก็บจากผมมาตลอดสองวันที่ทำแผลให้คือการจูบเขา1ครั้งต่อ1แผล

 

“เอาใหม่ แค่นี้มันไม่พอหรอก ค่าที่ให้บารอนทำแผลให้มันแพงนะ โคโมริ”

 

แถมถ้าไม่พอใจก็จะบอกให้ทำใหม่จนกลายเป็นจะแทบนับไม่ถ้วน...ทั้งที่แผลมันก็มีแค่ไม่กี่แผลแท้ๆ!

 

ปากบอกไม่ชอบยศบารอนแต่ตอนนี้ดันใช้เอาๆ แล้วจะให้เชื่อคำพูดคนๆแบบนี้ได้ยังไง!

 

 

*บันทึกโคโมริวันที่ 2 *

-โคโมริเป็นสัตว์ที่เลี้ยงให้เชื่องได้

 

 

 

“มาแล้วเหรอค่ะอินาโฮะซัง”

 

อัลเซลัมยิ้มกว้างต้อนรับชายหนุ่มที่เดินตามกันมาเข้ามาในห้อง คนแรกหน้าตานิ่งสนิทแต่อีกคนกลับทำสายตาล่อกแลกไปมาเหมือนคนไม่มีความมั่นใจ

 

“รับหน้าที่ค่อยดูแลกายภาพบำบัดขององค์หญิงแต่มาช้ากว่าองค์หญิง ใช่ไม่ได้เลยจริงๆนะค่ะ!”

 

เอเดลริโต้ก้าวออกมาขวางด้านหน้าด้วยร่างอันเล็กจิ๋วของเธอเมื่อเทียบกับชายหนุ่มอีกสองคน เธอชี้หน้ากล่าวโทษสเลนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่เมื่อจะอ้าปากต่อว่าต่อก็ถูกมือขาวๆที่อยู่ข้างหลังห้ามเอาไว้

 

“สเลนเองก็มีหน้าที่ต้องดูแลอินาโฮะซังเหมือนกัน อย่าไปว่าสเลนเลยนะจ้ะ”

 

“องค์หญิง...”

 

“แต่ว่าฉันเพิ่งรู้นะคะเนี้ยว่าทั้งสองคนสนิทจนไปไหนมาไหนด้วยกันแบบนี้ได้”

 

“...นะ...นั้นเพราะ ผมรับหน้าที่ที่ต้องดูแลเขาต่างหากหล่ะครับองค์หญิง!!” สเลนรีบแก้ข่าวแต่พอได้ยินแบบนั้นอัสเซลัมก็ทำหน้าจ๋อยทันที

 

“แต่ฉันอยากให้ทั้งสองคนสนิทกันมากกว่านี้นะคะ...” องค์หญิงก้มหน้างุดน้อยใจจนเอเดลริโต้ส่งสายตาคาดโทษมาที่เขาแบบที่ถ้าเป็นปืนกลก็คงยิงเขาพรุนไปทั้งตัวนานแล้ว แต่พอครั่นจะพูดอะไรให้องค์หญิงอารมณ์ดีขึ้น สมองที่เคยดีมาตลอดก็เล่นพังได้ถูกเวลาคิดคำดีๆอะไรแทบไม่ออก ได้แต่เลิกลั่กอยู่ตรงหน้าองค์หญิงคนสวย

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกเซลัมซัง อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆอย่ากังกลเลย” อินาโฮะคว้ามือสเลนมาจับไว้แล้วชูขึ้นมาให้อัสเซลัมเห็น

 

“นี่คุณจะทำอะไร...” สเลนที่ถูกมัดมือชกกระซิบเสียงเบาแล้วพยายามสะมือที่เหนียวเหมือนกาวของอีกฝ่ายทิ้งแต่ก็ถูกบีบแน่นขึ้นแล้วสายตาที่มองมาเหมือนจะปรามเขาว่าอย่าทำให้เสียเรื่อง

 

“อยู่เฉยๆแล้วทำตามซะ โคโมริ”

 

 “จริงๆเหรอค่ะ อินาโฮะซัง?” อัสเซลัมเงยหน้ามองอย่างมีความหวังและอินาโฮะก็พยักหน้าตอบพร้อมทั้งกระตุกมือที่กำอยู่ให้อีกฝ่ายพยักหน้าด้วยอย่างเสียไม่ได้

 

“ดีจัง เพราะอยากให้คนที่สำคัญของฉันทั้งสองคนสนิทกัน...”

 

“องค์หญิงค่ะ!”

 

“อ๊ะ...แย่แล้ว..คือฉัน..” เพราะเสียงร้องเตือนของเอเดลริโต้ทำให้เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเพิ่งจะพูดเรื่องที่หน้าอายออกไป แถมยังต่อหน้าสเลนและชายคนที่เธอแอบมีใจให้ลึกๆ ทำให้เธอขวยเขินจนรีบปิดหน้าแล้วบอกให้เอเดลริโต้ไล่ทั้งสองคนออกไปนอกห้องโดยที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

 

“จู่ๆทำไมองค์หญิงถึง...” สเลนมองประตูห้องที่ปิดลงอย่างงงๆ

 

“คงกำลังดีใจที่พวกเราสนิทกันหล่ะมั้ง”

 

สเลนหันมองคนข้างๆแล้วทำท่าขนลุก แต่พอจะขอตัวกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองก็ถูกยึดไว้ด้วยมือที่เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าทั้งคู่จับกันมาตลอดจนถูกไล่ออกมาหน้าห้อง คิดแล้วก็อายจนหน้าแดงเป็นแถบๆ แถมทั้งแกะทั้งสะบัดมือที่เหมือนจะโตกว่าเขาหน่อยหนึ่งก็ยังไม่ยอมปล่อยแถมยังถูกอีกฝ่ายน็อกต่อด้วยประโยคเด็ดที่ว่า

 

“ไหนๆเราก็ไปทำความสนิทสนมกันต่อดีไหมโคโมริ?”

 

“ใครมันจะไปอยากสนิทกับคุณกันครับ โอเรนจิ!”

 

 

 

 

 

 

เหนื่อยจัง...

 

สเลนเดินสะโหลสะเหลอยู่บนทางเดินทีทอดยาวไปยังห้องนอนของเขาที่อยู่สุดทางเดิน เพราะวันนี้องค์หญิงไม่ทำกายภาพบำบัดเพราะเหตุผลส่วนตัวที่ตัวเขาเองคงไม่มีสิทธิ์จะถาม ทำให้เขามีเวลาว่างนิดหน่อยแต่ก็โดนยึดเอาไปหมดโดยผู้ชายที่เอาแต่ใจขัดกับใบหน้าที่นิ่งสนิทที่แทบจะเรียกว่าก้อนหินเลยก็ว่าได้ สั่งให้พาไปดูนู้นนี่แถมยัง...

 

สเลนก้มมองมือที่ยังเหลือร่องรอยไออุ่นจากฝ่ามือใครบางคนที่เดินมากับเขาจนถึงเมื่อครู่แล้วลอบกลืนน้ำลาย ทั้งที่ปล่อยมือก็ได้แท้ๆแต่กลับจับเอาไว้ไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งเมื่อกี้ ความร้อนจากฝ่ามือจากฝ่ามืออีกฝ่ายแม้ใส่จะถุงมือก็ยังรู้สึกได้ บ้าจริงทำไมต้องรู้สึกแปลกๆกะอีแค่จับมือกับคนหน้าตายแบบนั้นด้วยนะ

 

สเลนส่ายหัวสลัดความคิดฟุ้งซ่านแล้วเดินต่อ คืนนี้เขาจะรีบนอนแล้วจะรีบไปรับองค์หญิงไปทำกายภาพบำบัดชดเชยกับที่วันนี้ไม่ได้ทำ

 

เขาป้อนรหัสเปิดประตู ภายในเป็นห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาไม่มีอะไรตกแต่งนอกจากโต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า แล้วก็เตียงสองชั้นสองเตียงที่ตั้งอยู่คนละฟากห้อง ทหารที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของเขาอีกสามคนหันมามองเขาพร้อมกันด้วยรอยยิ้มสนุกสนานจนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี เขาเดินตรงไปยังเตียงชั้นล่างทางขวามือที่เป็นเตียงของเขาโดยพยายามไม่สนใจสายตาของทั้งสามที่มองเขาอย่างสนอกสนใจเต็มที เขาเปิดผ้าม่านกันแสงออกแล้วก็เห็นว่าเตียงของเตียงเต็มไปด้วยรอยขาดวิ่นจากของมีดแล้วเลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยสีสันต่างๆราวกับงานศิลปะชั้นเลวที่ตั้งอยู่ตามข้างถนน ไม่ว่าจะมองมุมไหนเตียงของเขาก็ไม่เหลือสภาพที่จะทำหน้าที่เตียงได้อีกต่อไปแล้ว

 

พวกเขาเริ่มหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นสีหน้าที่ช็อกสุดขีดของผมที่เห็นเตียงของตัวเองต้องผันตัวกลายไปเป็นผืนผ้าสำหรับภาพวาดศิลปะขนาดยักษ์ที่ไม่คุ้มค่ากับฝีมือของศิลปินทั้งสามคนที่นั่งอยู่ในห้องเลยซักนิด พวกเขายิ่งหัวเราะเสียงดังขึ้นเมื่อเห็นผมทำอะไรไม่ถูกนอกจากมองมันแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ข้างๆเพื่อเอาผ้าปูที่นอนอันใหม่มาเปลี่ยน แต่สภาพข้างในตู้เองก็ไม่ต่างอะไรกับศิลปะชิ้นย่อมๆที่คาดว่าคงจะเป็นซี่รี่ย์เดียวกับเตียงนอนของเขาเพราะมันเองก็เละไม่น้อยกว่าเช่นกัน

 

คงเป็นเพราะว่าวันนี้ผมถูกกักตัวให้อยู่กับโอเรนจิเกือบทั้งวันทำให้แทบไม่ได้โผล่หน้าไปที่โรงเก็บสกายแคร์รี่ที่เขาประจำการอยู่เลย ในยามปกติที่ไม่อยู่กับองค์หญิงเขาเป็นแค่ตัวประหลาด น่ารังเกียจในสายตาทหารคนอื่นๆเพราะว่าเขาเป็นชาวโลกถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างชาวโลกและเวิร์สจะดีขึ้นมากเพราะองค์หญิงแต่นั้นก็เป็นแค่มุมมองจากฝั่งโลกพียงอย่างเดียวแต่ฝั่งของเวิร์สก็ยังมองว่าชาวโลกเป็นแค่ชนเผ่าล้าหลังที่ซักวันจะถูกแทนที่ด้วยชาวเวิร์สอยู่วันยังค่ำ แทบทุกครั้งเขาต้องตกเป็นของเล่นคลายเครียดให้กับทหารชาวเวิร์สคนอื่นทำให้ได้แผลแทบทุกครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยที่จะตอบโต้พวกเขาเหล่านั้นเลยซักครั้งเดียว เพราะสิ่งเดียวที่ผมทำมาตลอดนับตั้งแต่เสียพ่อไปก็มีแต่ต้องอดทนเท่านั้น แต่มนุษย์ปกติธรรมดาทั่วไปในสภาวะเช่นนี้คงอยู่ไม่ได้ด้วยแค่คำว่าอดทนเพียงอย่างเดียว สำหรับเขาสิ่งยึดเหนี่ยวอีกหนึ่งสิ่งที่มีพลังแก่กล้ามากพอที่จะทำให้เขาอยู่ต่อมาได้ถึงวันนี้คือ องค์หญิง ที่ให้ทั้งชีวิตและความเมตตากับผมเพราะฉะนั้นต่อให้โดนมากกว่านี้ผมก็ทนได้เพื่อปกป้องรอยยิ้มขององค์หญิง

 

สเลนตัดสินใจหยิบข้าวของเครื่องใช้จำเป็นที่ยังพออยู่ในสภาพที่พอจะทำใจใช้ได้ออกจากตู้แล้วเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจเสียงโห่หัวเราะด้วยความสะใจในสภาพไร้หนทางของผม

 

 ผมเดินผ่านโรงเก็บสกายแคร์รี่แล้วก็ต้องส่ายหน้าอากาศในโรงเก็บคงเย็นเกินไปที่ผมจะนอนได้ครั่นจะขึ้นไปนอนบนสกายแคร์รี่ก็กลัวว่าจะถูกหาว่าเป็นกบฏ เรื่องถูกไล่ยิงขอแค่ครั้งนั้นครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว

 

สเลนเดินต่อไปเรื่อยพลางสอดส่องสายตามองหาที่ซุกหัวนอนของคืนนี้ จนมาหยุดที่หน้าห้องโปรดขององค์หญิง ห้องที่มีภาพของโลกฉายไว้บนพื้น สเลนมองประตูห้องลังเลที่จะเปิดเข้าไปแต่ว่าถ้าคืนนี้เขาไม่มีที่นอนก็คงไม่แคล้วคลาดจะต้องเป็นหวัดแน่นอน แล้วอีกอย่างเขาเองก็ไม่อยากจะเอาหวัดไปติดองค์หญิงด้วย

 

เขาตัดสินเปิดประตูเข้าไปแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนอยู่ในก่อนแล้ว เขารีบปิดประตูทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันมา ใจนึงก็คิดว่าต้องโดนว่าแน่ๆจึงตัดสินใจหนีด้วยความเคยชินแต่ก็มือที่ยื่นออกมาจากห้องก็ขวาแขนเขาเอาไว้ได้พอดิบพอดี

 

“ขะ...ขอโทษครับผมก็แค่ ผ่านมาเฉยๆ” สเลนรีบก้มหัวขอโทษอีกฝ่ายทันควันเพราะอย่างมันก็อาจจะช่วยให้เขาโทษเบาลงได้บ้าง แต่เจ้าของมือนั้นดึงร่างของเขาเข้ามาในห้องแล้วปิดปากของซะสนิท บุคคลปริศนานั้นจุปากบอกให้ผมเงียบ และเมื่อสายตาเริ่มชินกับความมืดผมก็ได้รู้ว่าเจ้าของมือที่จับเข้าเอาไว้นั้นคืออินาโฮะนั้นเอง

 

“คุณ! มาทำอะไรที่นี่ครับ!”

 

“ผมต่างหากที่ต้องถามคุณ แล้วสภาพแบบนั้นมันอะไรกัน” อินาโฮะถามเมื่อเขาเปิดไฟในห้องแล้วเห็นสภาพของผมที่ถือกระเป๋าสภาพยับเยินแล้วยังเลอะสีจนดูไม่ได้ไว้ในมือ

 

“คะ...คือผม..แค่..” คำถามที่ตอบลำบากเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มที่อะไรก่อนดี แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีเวลาที่จะรอให้ผมได้เรียบเรียงความคิดในสมอง อินาโฮะใช้แขนยันผนังห้องแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อจะเค้นคำตอบเอาจากผมเอาซะให้ได้

 

“จะตอบดีๆ หรือจะให้ง้างปาก” ตรงตามคำพูดทุกตัวอักษร แต่สิ่งที่เขาจะใช้ง้างปากของผมไม่ใช่มือแต่เป็นปากของเขาเอง!

 

ตอนนี้ใบหน้าของอินาโฮะโน้มเข้ามาเรื่อยๆจนผมต้องรีบสารภาพออกไปตามตรงทั้งหมด ในตอนแรกเขานึกจะโดนอีกฝ่ายมองด้วยสายตาที่สมเพชแต่กลายเป็นสีหน้าของเขามีท่าทีอ่อนลงแล้วผละออกไปเอง

 

“งั้นหรอกเหรอ ก็เลยจะมานอนทีนี้?”

 

“กะ...ก็ใช่น่ะสิครับ แล้วคุณหล่ะมาทำอะไรที่นี้?”

 

อินาโฮะมองหน้าผมแล้วถอนหายใจ เขาเดินกลับไปยังที่ที่เขาอยู่ที่ผมเห็นเมื่อครู่นี้ เขานั่งลงบนโซฟาสีแดงรายรอบไปด้วยหนังสือที่เขารื้อออกมาจากตู้แบบไม่เกรงใจก่อนจะถูกผมปรามแล้วก็จบลงที่เขาบอกว่าจะเก็บเองถ้าอ่านเสร็จ

 

“ที่นี้มีหนังสือน่าสนใจเยอะดี บางทีบนโลกคงไม่มีเหลือให้อ่านแล้วก็ได้”

 

“มันเป็นของตกทอดมาจากบรรพบุรุษชาวเวิร์สรุ่นแรกๆ แต่ส่วนหนึ่งมันเป็นของพ่อผมที่เอาติดตัวมาจากโลกด้วยเหมือนกันครับ”

 

“นายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร”

 

“ประมาณ 5 ปีก่อนเห็นจะได้ครับ” สเลนเดินมาตรงกลางของห้องแล้วก้มมองแสงสว่างประปรายบนโลกที่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน อินาโฮะมองร่างที่กำลังมองภาพของโลกโดยไม่ได้สังเกตว่าเขาละสายตาจากหนังสือตั้งนานแล้ว

 

“อยากกลับเหรอ?”

 

“เอ๋? มันก็...ไม่เชิงอยากจะกลับหรอกแค่รู้สึกว่าผมเคยเกิดที่นั้น ตรงนั้นบนโลก” สเลนชี้ไปตรงทวีปยุโรปแต่คงยากจะเจาะจงว่าประเทศอะไร

 

“คงแบบรู้สึกคิดถึงหล่ะมั้งครับ แต่ว่าผมมีหน้าที่ต้องดูแลองค์หญิงแล้วก็มีอีกหลายเรื่องที่ต้องสอนองค์หญิงอีกด้วย”

 

“นายนั้นเองที่สอนว่าน้ำทะเลกับท้องฟ้าของโลกมีสีฟ้าเพราะการหักเหของแสง”

 

“ตะ...แต่ในหนังสือมันบอกไว้ว่าแบบนั้น...”

 

“คิดว่าหนังสือนี้อยู่มากี่สิบปีแล้วหล่ะ?” เขาชูหนังสือในมือที่เก่าจะเริ่มเหลืองแล้วก็ชูเท็บเล็ตที่เขาพกติดตัวมาจากโลกด้วยเสิร์ชหาข้อมูลแล้วยื่นให้อีกฝ่ายดู

 

“ที่ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าเพราะการกระเจิงแสงแบบเรย์เลห์ต่างหาก”

 

“ไม่จริงน่า...”

 

อินาโฮะมองหน้าคนที่ช็อกสุดขีดแล้วอมยิ้มในใจ แต่ถึงจะยิ้มออกไปยังไงก็ไม่มีใครดูออกว่าเขายิ้มอยู่ดี

 

“ดึกมากแล้ว” อินาโฮะลุกขึ้นแล้วเก็บหนังสือเข้าชั้นตามที่เคยพูดไว้จากนั้นก็คว้าข้อศอกคนที่ยังไม่มีที่นอนแล้วลากให้เดินตามมา

 

“เดี๋ยวสิครับ คุณจะพาผมไปไหน”

 

“นอนไง” อินาโฮะตอบสั้นๆแต่ก็ไม่ยอมหยุดลาก

 

“ที่ว่านอนนี่หมายถึงให้ผมนอนห้องคุณงั้นเหรอ?” สเลนทำตาโตด้วยความตกใจ จะให้เขาที่เป็นแค่ทหารธรรมดาไปนอนในห้องบารอนคงจะดูไม่ดีแน่ๆ

 

“ยังไงซะเตียงที่เตรียมให้มันก็ใหญ่เกินไปที่ฉันจะนอนคนเดียวให้นายมานอนซักคนไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน”

 

“แต่!”

 

“นี่เป็นคำสั่ง” เพียงแค่ออกคำสั่งอีกฝ่ายก็ยอมปิดปากเงียบอย่างเคร่งครัด ทั้งที่อายุก็น่าจะมากกว่าตัวเขาแท้ๆแต่เพียงแค่ยศต่างกันก็แตกต่างได้ถึงขนาดนี้ อันที่จริงเขาเองก็ไม่อยากจะใช้วิธีนี้หรอก แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้คนๆนี้ก็คงจะเอาแต่ปฏิเสธความหวังดีที่เขามีให้ซะทุกที

 

แต่เรื่องจูบไม่นับนะ

 

 

สเลนยอมอยู่เงียบให้อินาโฮะลากมาเรื่อยๆจนมาถึงหน้าห้องที่คุ้นตาเพราะว่าเป็นห้องที่ต้องมาส่งคนๆนี้ตลอดสามคืนที่ผ่านมา ห้องนอนที่จัดไว้รองรับท่านบารอนอินาโฮะ

 

อินาโฮะยื่นชุดนอนที่ถูกไว้ให้ในตู้เสื้อผ้าอันหรูแก่เขาหนึ่งชุดพร้อมไว้ในมือสำหรับตัวเองหนึ่งชุดก่อนจะแยกกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยตัวเขาขอเป็นคนเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ แล้วขอล้างหน้าแปรงฟันไปด้วย

 

เมื่อออกมาเขาก็เห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนชุดนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ยังคงนั่งจ้องเท็ปเล็ตในมือไม่วางตา

 

“เสร็จแล้วครับ”

 

“เข้าใจแล้วนายนอนไปก่อนเลย” เขาสั่งแบบนั้นแล้วก็วางเท็ปเล็ตลงพลางหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กและแปรงสีฟันเข้าไปในห้องน้ำ

 

เมื่อสเลนเห็นอินาโฮะเข้าห้องน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ค่อยๆปีนขึ้นเตียงนุ่มที่ช่างแตกต่างกับเบาะนอนบางเฉียบที่เขาเคยนอนเหลือเกิน สเลนมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มหาความอบอุ่นแล้วก็ไม่ลืมที่จะเว้นที่วางไว้ใครคนที่ยังอยู่ในห้องน้ำนอนไว้อีกด้วยแต่ถึงเขาจะไม่เว้นไว้ให้ที่ของเตียงก็ยังเหลือพอให้นอนอีกสองคนสบายๆ

 

สเลนหลับตาลงทันทีที่เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลงแล้วพยายามบอกตัวเองให้หลับไวๆ เสียงประตูห้องน้ำปิดลงบอกให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายออกมาจากห้องน้ำแล้วตามด้วยเสียงกุกกักคิดว่าคงเป็นเสียงที่อินาโฮะกำลังเก็บของแล้วปิดท้ายด้วยเสียงปิดไฟ

 

แต่เพราะในห้องถูกปูด้วยพรมหนานุ่มทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า แต่กว่าเขาจะรู้สึกถึงเตียงที่ยุบลงและน้ำหนักที่ทิ้งตัวลงมาข้างๆ ร่างของเขาทั้งร่างก็ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดจากด้านหลังจนแผ่นหลังของเขาแล้วหน้าอกของอินาโฮะแน่บชิดกันจนไม่เหลือช่องว่าง สองแขนที่ดูเหมือนจะเล็กกว่าเขาแต่ก็มีกล้ามเนื้อได้รูปเข้าโอบแล้วล็อกแขนทั้งสองข้างเขาเอาไว้เหมือนจะรู้ว่าเขาจะต้องดิ้นแน่ๆ

 

“...อยู่นิ่งๆนะมันหนาว” ใบหน้าที่เย็นเพราะเพิ่งถูกน้ำมาของอินาโฮะแน่บเข้ากับลำคอขาวที่เห็นเรือนลางตรงหน้าแล้วถูไถมันเบาราวกับควานหาไออุ่น ยิ่งทำให้ผิวกายของคนในอ้อมกอดเร่งสูงยิ่งเหมือนกับมีใครมาปรับปุ่มฮีตเตอร์ในร่าง

 

สุดท้ายสเลนก็เป็นฝ่ายยอมจำนนเพราะความเหนื่อยล้า เตียงนอนที่นุ่ม เวลาที่ล่วงเลยจนดึกดื่นและไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทำให้เขาผลอยหลับไปก่อนทั้งที่ไม่น่าจะหลับลงได้ อินาโฮะเฝ้ามองเสี้ยวใบหน้ายามนอนหลับของอีกคนจากด้านแล้วยิ้มก่อนจะเลิกผ้าห่มขึ้นให้คลุมถึงคอของสเลน ส่วนตัวเองก็เอื้อมหยิบเท็ปเล็ตที่ตั้งอยู่ใกล้ๆขึ้นมาอีกครั้งแล้วจดบันทึกประจำวันเหมือนเช่นเคย

 

 

 *บันทึกโคโมริวันที่ 3*

-โคโมริกอดแล้วอุ่นเหมาะแก่การทำหมอนข้าง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไม่มีแรงTalkแล้ว ไรเตอร์เพิ่งแต่งเสร็จตอนตีสามครึ่ง นอนหล่ะจ้า
 
ฝันดีรีดเดอร์ทุกคน แล้วเจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

น่ารักอ่ะ ส้มค่อยๆกินนะ เด่วค้างคาวจะตกใจจนเตลิดไปซะก่อน สเลนน่าร้ากกกกกก
ไรท์ เรื่องนี้เรารออยู่นะคะ รีบๆมาอัพเลยนะคะ รออยู่

#7 By PPnote on 2015-03-31 12:55

ฟินค่ะ....ขออนุญาตลาตายเพราะเสียเลือดค่ะ=,,=

#6 By มุ้งมิ้งไปแล้ว~~~ (171.100.116.159|171.100.116.159) on 2015-03-30 22:17

แอร๊ยยย หวานกันจัง >< มีค่าทำแผลด้วยอ้ะ
ส้มดูแลค้างคาวดีๆนะ

#5 By ShootingStarzZ on 2015-03-25 20:21

อบอุ่นจังเลยง่ออออวววว 
แบบนี้อีกไม่นานคงรักษาแผลใจจากการถูกชาวดาวอังคารดูถูกได้แน่ๆ
แต่ว่านะ.. ห้องเหิ้งน่ะ ไม่ต้องกลับไปนอนแล้วเคป่ะ จะวันพรุ่งนี้พรือวันต่อๆ ไปก็นอนกับส้มไปเลย .. แฮร่
จ..จะติดตามต่อไปนะค๊าาาา !! cry cry

#4 By ดช.จัน สะกิดใจ (171.101.39.244|171.101.39.244) on 2015-03-05 17:59

นี่ไม่กล้าดู SS2 ต่อเลยหลังจากดูตอน 1 จบ
แต่สเลนก็ยังน่ารักอยู่ดี #ไม่ค่อยอวยเมนเลยค่ะ..
ตอนต่อไป .. ส้มจับค้างคาวกดโลด!!

#3 By :k.jenista?- on 2015-01-15 02:25

  ติดตามตอนต่อไปนะคะ  

#2 By ๐_はつゆき_๐ on 2015-01-14 21:05

แอร๊ยยยยยยยยยยย อ่านแล้วเขินแทนส้มรุกค้างคาวหนักมาก ลุ้นตลอดเลย >w<
ฟินกว่านี้มีอีกไหมมมมมมมม

#1 By (202.12.74.1|202.12.74.1) on 2015-01-14 16:13

Recommend