EvaXIII View my profile

[Fic:KnB]AkaFuri - Yes, My Sweet King! (One Shot - R18)

posted on 17 Jan 2015 21:21 by arty-alone directory Fiction
ตอนนี้เป็นอาคาฟุริ แต่งให้รุ่นน้องนะฮะ
 
พอดีดองไว้นานมากแล้วไม่ได้ว่างแต่งซักที
 
หลังจากนี้ห้ามทวงแล้วนะ(ฮา)
 
ตอนนี้ NC มากมาย ถ้าจะอ่านให้คลุมดำอ่านเอานะค่ะ
 
ขอให้สนุกกับการอ่านเช่นเคยค่ะ
 
 

--------------------------------------------------------

*เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของKuroko on Basuke แต่ประการใด และKuroko on Basuke ก็ไม่ใช่การ์ตูน Y *

---------------------------------------------------------
 
 

ปิ๊งป่อง

เสียงออดประตูหน้าบ้านดังขึ้นในเช้าอันสดใสของวันที่ 31 ธันวา

“โคคิไปดูให้หน่อยสิลูกว่าใครมา” คุณนายฟุริฮาตะที่กำลังง่วนอยู่กับการหั่นผักอยู่ในห้องครัวออกคำสั่งกับลูกชายที่นอนกลิ้งอยู่หน้าทีวีให้ลุกออกไปดู

“ครับ” ฟุริลุกขึ้นไปเปิดประตูทั้งที่ยังใส่กางเกงวอร์มขาดๆและเสื้อยืดที่เก่าจนย้วยผิดไปจากรูปเดิม เพราะยังไงซะคนที่จะมาที่บ้านตั้งแต่เช้าในวันสิ้นปีถ้าไม่ใช่พวกเพื่อนๆที่โรงเรียนมาชวนไปเที่ยวในวันปีใหม่พรุ่งนี้ก็คงเป็นคุณปู่คุณย่าที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาเยี่ยมหลานชายที่น่ารักคนนี้แน่ๆ

“อรุณสวัสดิ์ โคคิ”

แต่สงสัยจะคิดผิดหล่ะมั้ง?

ชายผมแดงที่ยืนอยู่หน้าบ้านเขาไม่ใช่ทั้งคุณปู่คุณย่าจากต่างจังหวัด ไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นไม่ใช่แม้แต่เพื่อนร่วมโรงเรียนด้วยซ้ำ แต่ใบหน้าเรียวสวยและดวงตาคมสองสีที่ทำให้เขาแทบจะสยบลงคุกเข่าได้เพียงแค่เขาปรายตาส่งมา ยังไงก็ลืมไม่ลง!

อาคาชิ เซย์จูโร่

นับตั้งแต่จบวินเทอร์คัพ ไม่รู้ว่าตัวเขาเองไปสะดุดตาท่านแม่ทัพจอมโหดท่านนี้เข้าอีท่าไหน ถึงได้ถูกขอเป็นแฟนทันทีหลังจากที่แข่งขันกันเสร็จ แถมตัวเขาในตอนนั้นเองก็แทบจะไม่มีสติสตังอะไรเพราะมัวแต่ช็อกที่ถูกคนที่มองทุกคนเหมือนเป็นหมากใช้แล้วทิ้งคนนั้น กำลังนั่งคุกเข่าพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือมาเพื่อขอเขาเป็นแฟน และเท่าทีสติตอนนั้นจะพึงทำได้ก็คงมีแค่พยักหน้าตอบรับไปแบบงงๆ ยังไงซะคนที่ดีเลิศไปซะทุกอย่างแบบเขายังอุตส่ามาชอบจืดแบบผมก็เรียกว่าโชคดีถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่งแล้ว แล้วผมเองก็ไม่ได้เกลียดถึงขนาดจะปฏิเสธคนที่อุตส่าบอกรักอย่างจริงจังขนาดนั้นได้หรอก

สุดท้ายก็จับพลัดจับพลูกลายมาเป็นแฟนกันในปัจจุบัน แต่ถึงจะขึ้นชื่อว่าแฟนกันผมก็ยังกลัวเขาหน่อยๆอยู่ดี โดยเฉพาะตอนที่เขาอยากได้อะไรก็ต้องได้

“อะ...อาคาชิ..มีอะไรรึเปล่าครับ มะ...มาตั้งแต่เช้าเลย” ฟุริยืนสั่นเหงื่อแตกพลั่ก แต่ก็ยังกล้ำกลืนฝืนถามคนตรงหน้าออกไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนั้นต้องมีอะไรมาให้เขาต้องใจหายอีกแน่ๆ

คนที่ปกติไม่ค่อยจะยิ้ม ฉีกยิ้มกว้างยิ่งขึ้นเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพูแต่สำหรับฟุริตอนนี้มันเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะแตกต่างหาก

“ฉันมารับนาย...” อาคาชิเว้นประโยคไว้แล้วรวบตัวฟุริขึ้นบนบ่า ร่างบางที่ยังคงเบลอๆเอ๋อๆเพราะยังตามสถานการณ์ไม่ทันถูกจับโยนเข้ามาในรถลีมูนซีนสีดำขลับแถมยังติดฟิลม์ดำหนาตึ๊บ พอจะกระโดดออกจากรถก็ถูกมือหนาดันกลับมาพร้อมกับเสียงปิดประตูที่บอกให้รู้ว่าอิสรภาพของเข้าได้สิ้นสุดลงไปนับตั้งแต่วินาทีนี้แล้ว

อาคาชิที่เข้ามาตามหลังนั่งลงข้างๆแล้วยิ้มให้กับหน้าหวอปานจะร้องไห้ของฟุริแล้วยิ้มหวาน เขาดึงร่างเล็กนั้นเข้ามาซบบ่าแล้วลูบหัวด้วยความเอ็นดู

“ไม่ต้องห่วงนะโคคิ ฉันฝากคนรับใช้ที่บ้านให้อธิบายเรื่องนี้กับครอบครัวนายไว้แล้ว”

ถึงแม้จะเป็นคำพูดที่ฟังดูโล่งใจว่าเขายังไม่ได้ถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ แต่สิ่งที่ผมอยากจะรู้จริงๆคืออาคาชิคิดจะพาเขาไปไหนกันแน่ต่างหาก!

“อาคาชิคิดจะพาผมไปไหนเหรอครับ?”

ฟุรินั่งตัวสั่นเป็นลูกนกในอ้อมแขนอาคาชิแต่ก็ยังทำใจกล้าถามออกไปทั้งรู้ว่าคำตอบที่ได้มาคงไม่ใช่ทำนองที่ว่า “นั่งรถเล่น” หรือ “พาไปเที่ยวแน่ๆ”

“จะพาไปแนะนำตัวกับพ่อแม่ฉันที่บ้านไง”

นั้นไง ทำไมทำข้อสอบไม่เดาให้ถูกเหมือนอย่างนี้บ้างนะ!!

 

ความรู้สึกของลูกไก่ในกำมือเป็นยังไง ก็ซาบซึ้งถือใจแล้วในวันนี้

ฟุรินั่งคุกเข่าสั่นพั่บๆชนิดที่สามารถเกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อมๆรอบที่นั่งของเขาได้ ฝ่ามือที่ตั้งอยู่บนเข่าทั้งสองข้างเปียกจนชุ่มกางเกงวอร์มเก่าๆตัวที่เขาใส่ติดตัวมาจากบ้าน เขาก้มหน้านิ่งเพ่งมองแต่ชายเสื้อที่เริ่มหลุดลุ่ยเพราะขาดด้ายที่ใช้ยึดเหนี่ยวเหมือนเมื่อก่อน พลางนึกสมเพชในใจ

อย่างน้อยๆถ้าเขาได้มีเวลาเตรียมตัวหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าซักนิดซักหน่อย ก็คงไม่ต้องมานั่งตัวลีบอยู่หน้าราชสีห์เฒ่า ที่กำลังจ้องมาที่เขาเหมือนเป็นตัวประหลาด

ยกเว้นแต่...ราชสีห์อาคาชิที่นั่งอมยิ้มมองฟุริเหมือนเป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดในโลกอยู่คนเดียว

“เซย์จูโร่ คนนี้นะเหรอที่ลูกพูดถึง?” ผู้เป็นบิดาถามซ้ำอีกครั้งถึงแม้ว่าก่อนหน้าลูกชายของตนจะแนะนำอย่างชัดเจนแล้วว่าจะพา “แฟน” มาแนะนำตัว แต่พอมาเห็นกับตาตัวเองแล้วยังต้องอดถามซ้ำไม่ได้ เขาเองก็ไม่ได้มีนิสัยที่จะแย้งความคิดของลูกชาย เพราะตัวเองก็ตั้งใจจะเลี้ยงมาให้เป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งไม่ฟังใครมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เรื่องที่ลูกสะใภ้ของบ้านนี้เป็นผู้ชายเห็นทีคงจะไม่ไหว

“ครับ”

อาคาชิตอบรับคำบิดาหนักแน่นพร้อมทั้งส่งยิ้มให้คนที่นั่งสั่นเป็นลูกหมาตกน้ำไม่หยุด เห็นทีคงมีแต่ต้องยอมกับยอม เพราะครั่นจะให้ปะทะกับลูกชายตัวเองตอนนี้ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน เพราะเขาเองใช่ว่าจะยังหนุ่มยังแน่นพอที่จะไปสู้กับวัยรุ่นฟิตปั๋งแบบนั้นได้

สุดท้ายผู้เป็นบิดาก็ยอมตามใจลูกชายคนเดียว เขาถอนหายใจยาวพร้อมกับเลิกส่งสายตากดดันคนตัวเล็กที่ตอนนี้หดจนแทบจะเหลือเท่าฝาชาเขียว

“ก็ได้ เรื่องแบบนี้พ่อขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ เซย์จูโร่”

“ขอบพระคุณมากครับ ท่านพ่อ”

“เอาหล่ะ งั้นพ่อขอไปพักต่างอากาศซักวันสองวันแล้วจะกลับมา ฝากดูแลบ้านด้วยหล่ะเซย์จูโร่”

แต่ถึงจะบอกว่ายอม แต่เรื่องแบบนี้ขอเวลาทำใจซักวันสองวันเห็นจะดี

“ครับ ท่านพ่อ” อาคาชิยิ้มกว้างรับ

 

หลังจากพายุผ่านพ้นไป ในที่สุดฟุริก็ได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ เขาลงนอนแผ่หลาด้วยความเหนื่อยจากแรงกดดันที่คุณพ่อปล่อยออกมาทิ่มแทงเขาตลอดหัวจรดเท้า และอีกอย่างบ้านเขาก็ไม่ได้ถูกสั่งสอนให้นั่งคุกเข่าตอลดเวลา พอได้นั่งอยู่แบบนั้นเกือบ 2 ชั่วโมงโดยไม่สามารถกระดิกกระเดี้ยวได้ก็ได้รู้ว่ามันไม่ต่างอะไรกับการลงโทษดีๆนั้นเอง

ฟุริเอียงมองอาคาชิที่ยังนั่งอยู่ในท่าเดิมโดยไม่มีท่าทีทรมานเหมือนที่เขาเป็นแต่อย่างไร ช่างต่างกันเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา ความสามารถหรือฐานะ แต่ถึงอย่างนั้นเขาคนนั้นก็ยังเลือกผม พอคิดแบบนั้นแล้วในอกมันก็ลูกเหมือนมีลูกโป่งพองขึ้นมาทันทีเลยแฮะ

“นี่อาคาชิ ผมกลับได้รึยัง?”

“โคคิไม่อยากฉลองปีใหม่กับฉันเหรอ?”

“กะ...ก็เปล่า..มันก็อยาก” ทั้งที่อยากจะตอบไปเต็มปากเต็มคำว่าอยากแต่พอสบสายตาที่เฝ้ามองเหมือนผมเป็นคนสำคัญ จู่ๆมันก็อายจนพูดไม่ออกขึ้นมาซะงั้น

อา.....ถ้าผมสามารถเก๊กหน้านิ่งแบบอาคาชิได้ซักนิดนึง ผมก็จะได้ไม่ต้องสมเพชตัวเองที่พอถูกหยอดคำหวานทีก็หน้าแดงเถือกแบบนี้!

“ถ้างั้น ก็ค้างที่นี้นะ โคคิ”

“กะ...ก็ได้..”

“เด็กดี” ทันทีร่างที่นอนแผ่หลาก็ถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้น แม้จะตกใจแต่ก็ดิ้นไม่ได้เพราะสายตาที่จ้องมองมามันหวานจนเขาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาแถมยังต้องทำตัวให้นิ่งเหมือนปลาตายที่สุดเพราะไม่งั้นอีกฝ่ายคงจะทำอะไรมากกว่าอุ้มแน่ๆถ้าเขาขัดขืน

“จะ...พาไปไหนเหรอ อาคาชิ?” ฟุริถามขึ้นอย่างอดไม่ได้เพราะอย่างน้อยก็ขอให้เขาได้รับรู้ซักนิดว่าอะไรที่เขาจะต้องเจอต่อไป จะได้เตรียมตัวเตรียมใจถูก

“อาบน้ำกัน”

เหมือนจะเตรียมไม่ทันแล้ว(อีกแล้ว)....

เพราะกว่าจะรู้ตัวทั้งคู่ก็มาถึงหน้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว อาคาชิเปิดประตูเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วปล่อยฟุริลงให้ยืนอย่างนุ่มนวลแต่เจ้าตัวยังยืนเอ๋อเหมือนไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เท่าไหร แต่ก็ยังดีที่รู้สึกตัวได้ทันกับที่มือขาวนั้นเลิกเสื้อยืดของเขาขึ้นพอดี

“ดะ..เดี๋ยวสิอาคาชิฉันอาบเองได้!”

ฟุริพยายามแกะมือที่เลิกเขาขึ้นแต่ก็ต้องหยุดกึกเมื่อแววตาอบอุ่นเมื่อครู่นี่แปรเปลี่ยนเป็นสายตาเยือกแข็งที่พร้อมจะแช่แข็งเขาทันที

“ฉันไม่ชอบเด็กดื้อนะ โคคิ”

“....ครับ” ฟุริพยักหน้ารับทั้งน้ำตา

ให้ตายทั้งชีวิตนี้เขาก็ไม่มีทางหืออาคาชิขึ้นแน่

 ฟุริปล่อยให้อาคาชิปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองทีละชิ้นจนไม่เหลืออะไรก่อนที่อีกฝ่ายจะผายมือออกให้เขาเป็นฝ่ายถอดให้ตัวเองบ้าง ทั้งทีต้องอยู่ในสภาพเปลือยทั้งตัวกันสองต่อสองทั้งทีไฟยังเปิดสว่างโร่ก็ทำให้เขาอายแทบตายแล้ว แต่ต้องมาถอดให้คนอื่นด้วยยิ่งทำให้นิ้วที่กำลังถอดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสั่นจนต้องใช้เวลานานกว่าปกติกว่าเขาจะแกะมันออกซักเม็ด แถมคนสั่งเองก็ไม่มีท่าทีคิดจะช่วยเขาถอดเอาแต่ยิ้มแย้มมองเขาอย่างมีความสุข จนหน้าเขาร้อนฉ่าใกล้จะสุกอยู่แล้ว

เมื่อถอดชิ้นบนหมดแล้วก็มาถึงชิ้นล่าง ฟุริค่อยๆถอดเข็มขัดออกด้วยความเร็วที่ช้าเท่าเต่าอืด เพราะถึงบางสิ่งที่อยู่ข้างกางเกงเนื้อดีตัวนี้ มันกำลังโป่งนูนขึ้นมาอย่างชัดเจนจนเขาไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี แต่คำสั่งก็ยังเป็นคำสั่งเขาถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายจนเหลือเพียงแต่ชั้นในที่เขาไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี แล้วก็ต้องช้อนสายตามองคนตรงหน้าด้วยความจนปัญญา

“...อะ...อาคาชิคือว่า...ของคุณมัน...”

“อะไรเหรอครับ?”

คนที่รู้ไปซะทุกอย่างทำแกล้งโง่เป็นครั้งแรก เพราะสนุกที่จะได้เห็นใบหน้าแดงซ่านไปจนถึงคอ ฝ่ายที่รู้ทั้งรู้ว่ากำลังโดนแกล้งสุดท้ายก็ต้องจำใจเดินลงไปยังหลุมพรางที่อีกฝ่ายดักเอาไว้ เพราะยังไงเขาก็ไม่อะไรจะเอาไปสู้ได้อยู่แล้ว

“...มะ...มันแข็งอยู่...”

เหมือนหมูวิ่งเข้าปากเสือ อาคาชิดึงร่างเปลือยเปล่าให้มาแน่บชิดแล้วเบียดส่วนที่กำลังแข็งตึงอยู่ใต้ร่มผ้าเข้ากับร่างนั้น

“งั้นโคคิก็ทำให้มันสงบสิ”

ผิวขาวแดงระเรื่อด้วยความเขินอายเพราะส่วนที่อีกฝ่ายเบียดเข้ามากำลังถูเบาๆเข้ากับของๆเขาจนเริ่มรู้สึก

“...ด้วยปากนะ”

ผมคงไม่มีวันขัดขืนได้ไปตลอดชีวิตจริงๆนั้นแหละครับ

ร่างที่เปลือยเปล่านั้นคุกเข่าลงกับพื้นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสองมือค่อยๆประคับประคองสิ่งที่กำลังผงาดอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากเล็กๆค่อยดูดกลืนมันช้าๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่ทำเรื่องแบบนี้แต่เขาก็พยายามทำมันแม้ว่ามันจะดูเงอะงะไม่ลื่นไหล แต่เพราะอาคาชิสั่ง เพราะเป็นอาคาชิคนที่เขารัก เขาถึงได้ยอม

ร่างเล็กสลับกันดูดและเลียไปมาตามความยาวสิ่งนั้น ร่างที่ได้รับการปรนเปรอหอบครางในลำคอด้วยความเป็นสุขแล้วขยับกระแทกเข้าในลำคอร่างเล็กจนสุดแล้วปลดปล่อยออกมาจนเต็มปากนั้น

ร่างเล็กนั้นดูจะตกใจที่ถูกปล่อยใส่ในปากแต่ก็กลืนมันลงไปโดยไม่มีท่าทีรังเกียจอะไรทั้งทียังไม่ได้สั่ง

“...แย่สุดๆเลย”

มือหนาจับร่างที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นแล้วยกร่างนั้นนั่งบนเครื่องซักผ้า

“ดะ..เดี๋ยวสิอาค...” ไม่ทันได้ร้องท้วงด้วยความตกใจก็ถูกริมฝีปากสวยนั้นแน่บปิดปากเสียสนิทจนเหลือแค่ความหวานที่อบอวลอยู่ในปาก

“ทั้งที่คิดว่าจะค่อยๆทำแท้ๆ โคคิผิดเองนะที่น่ารักขนาดนี้”

อาคาชิแยกเรียวขาขาวนั้นออกกว้างแล้วแทรกร่างเข้าไปแทนโดยยังไม่ทันได้เตรียมอะไรใดๆให้คนด้านล่างจนต้องกรีดร้องออกมาที่จู่ๆก็ถูกสอดใส่ด้วยสิ่งที่ใหญ่โตเข้ามาแบบไม่รู้ตัว

“อะ..อ๊า!...อะ...อาคา..ชิ..โกหก...ไหนว่ามันจะ....สงบ...ไง” ฟุริบิดตัวด้วยความทรมานแต่เหมือนเข้ายิ่งขยับหนีสิ่งนั้นก็ยิ่งขยับแทรกเข้ามาลึกขึ้นไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางที่จะขัดขืนคนๆนี้ได้เลยจริงๆ

“ทะ..ทำไม...แข็งขึ้นมาอีก..ละ...หล่ะ..”

อาคาชิจุมพิตซับน้ำตาด้วยความรู้สึกผิดนิดๆที่ทำให้ร่างข้างใต้เจ็บ แต่พอได้เห็นร่างที่แม้จะสั่นกลัวแต่ก็ไม่เคยหนีเขาไปไหน มันทำให้เขาอยากกอดอยากครอบครอง อยากทำให้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวจนห้ามตัวเองไม่เคยได้ซักครั้งเดียว แต่ถึงอย่างนั้นโคคิก็ไม่เคยปฏิเสธที่เขาเป็นแบบนี้เลยซักครั้ง แม้แต่ตอนนี้ฉันจะทำให้เขาเจ็บร้องไห้แต่มือขาวนั้นก็กอดเขาแน่น แบบนี้ไม่ให้ตกหลุมรักมากยิ่งขึ้นก็บ้าแล้ว

“เพราะโคคิน่ารักไง”

“...บ้า”

อาคาชิยิ้มแล้วก้มลงจูบคนที่เพิ่งว่าเขาบ้าอยู่แม่บๆอีกครั้ง แล้วค่อยๆขยับตัวช้าๆแก้ตัวกับทีเมื่อกี้เขารีบเกินไปหน่อย ร่างข้างใต้นั้นหอบสั่นเครือเรียกชื่อเขาไม่หยุด แต่เขาเองก็ตอบรับด้วยการก้มลงจูบริมฝีปากนั้นแล้วกระซิบคำว่ารักตอบกลับไปนับไม่ถ้วน

บทรักจากที่นุ่มนวลเริ่มเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ อาคาชิกระแทกกระทั้นร่างจนเครื่องซักผ้าที่รองรับร่างนั้นกระแทกดังตึงตังลั่นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ก็ไม่อาจจะหยุดพวกเขาทั้งสองคนได้

“อ๊ะ...อาคาชิ..อะ..จะถึงแล้...ว..” ฟุริเชิดหน้าด้วยความเสียวซ่านยิ่งเขาร้องครางมากเท่าไหรอาคาคาชิก็ยิ่งตอบแทนเขาด้วยการกระแทกเขาแรงขึ้นเท่านั้น แขนทั้ง2ข้างโอบรอบคอขาวแล้วรั้งให้ร่างข้างบนก้มลงมาแน่บชิดแน่นแล้วปลดปล่อยจนเลอะเปรอะไปทั่วหน้าท้องแกร่งนั้นพร้อมๆกับที่ของเหลวอุ่นกำลังไหลทะลักอยู่ข้างในกายเขา

อาคาชิจูบซับเหงื่อให้ผมด้วยความรักใคร่แล้วกระซิบบอกผมด้วยเสียงอันเซ็กซี่ว่า

“จะไม่ให้นอนทั้งคืนเลย”

ผมเคยขัดเขาได้ซะที่ไหนหล่ะ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แต่งให้แล้วนะโจเมะ พิมพ์ผิดไม่ถูกใจตรงไหนอย่าบ่นหล่ะ

Comment

Comment:

Tweet

#3 By (49.230.154.227|49.230.154.227) on 2015-06-13 16:19

อ้าก หนฟูฟุริ

#2 By (171.96.177.56|171.96.177.56) on 2015-01-18 18:26

ชอบที่สุดเลยคะ

#1 By (171.97.33.97|171.97.33.97) on 2015-01-18 00:51

Recommend