EvaXIII View my profile

[Fic:KnB] Aokise - Never Smile Again -11- Part 1

posted on 25 Jan 2015 03:42 by arty-alone directory Fiction
ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ทั้งที่อยากอัพทุกวันเสาร์แท้ๆ
 
แต่ไรเตอร์ต้องเขารพ.ไปนอนหยอดน้ำเกลืออยู่ 2 วันด้วยโรคประจำตัวเลยอัพช้ากว่าที่คิด
 
จากนี้จะพยายามอัพทุกสัปดาห์ช่วงเสาร์อาทิตย์แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเดียวกันทั้งหมดเพราะกะจะตีไหดองเรื่องอื่นๆด้วย
 
แต่ความสั้นยาวของตอนนี้คงต้องขึ้นกับปริมาณการบ้านของไรเตอร์ เพราะงั้นตอนนี้เลยมาได้แค่ครึ่งเดียว
 
ขอให้อ่านให้สนุกเหมือนเดิมนะค่ะ
 
 
 

-------------------------------------------------------

*เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของKuroko on Basuke แต่ประการใด และKuroko on Basuke ก็ไม่ใช่การ์ตูน Y *

---------------------------------------------------------
 
 
 

-11-

 

“แกเอาอะไรมาพูด หมายความว่าไงที่จะขยี้คิเสะเป็นคนแรก”

อาโอมิเนะเค้นเสียงแข็ง แต่คนตรงหน้าก็ยังเอาแต่ยิ้มเยาะพร้อมกับเลียนิ้วตัวเองที่เหมือนจะเป็นนิสัยประจำตัวไปแล้ว

“เพราะแบบนี้ไงถึงไม่มีสาวคนไหนแลนายไดกิ” ไฮซากิขยับตัวเขาประชิดอีกฝ่ายหันไปกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ลองใช้สมองน้อยๆของนายคิดดูสิ ถ้าฟูคุดะชนะวันนี้คู่ต่อสู้คนต่อไปจะเป็นใคร”

“อย่าบอกนะว่าเป็นไคโจว”

“ปิ้งป่อง”

ไม่เปลี่ยนเลยซักนิด แม้ภายนอกจะดูเหมือนเขาสองคนจะยืนคุยกันด้วยความสนิทสนมราวเพื่อน แต่คำว่ามิตรภาพคงให้คำนิยามที่ดีงามอะไรไม่ได้กับคนที่น่ารังเกียจที่มักจะเห็นอาหารในจานคนอื่นดูน่ากินอยู่เสมอ ถ้าหากมันหยุดอยู่แค่คิดก็คงจะไม่เป็นไร แต่สิ่งที่หมอนี้ทำคือการใช้ความรุนแรง แย่งชิง เพื่อที่จะได้สิ่งที่ตนเองต้องการจากมือของผู้อื่น ถึงฝีมือที่มีจะเรียกได้ว่าสูสีกับรุ่นปาฏิหาริย์แต่พอรวมกับนิสัยป่าเถื่อนและชอบใช้ความรุนแรง บอกตามตรงเลยว่าเจ้าเกรียนคิ้วหนาจากโรงเรียนคิริซากิไดอิจิยังดูน่ารักไปเลยด้วยซ้ำ

“ไดจัง ไปกันเถอะ” โมโมอิที่หลบอยู่ข้างหลังกระตุกเสื้อเขาแล้วออกแรงลากจูงเขาออกมาจากที่ตรงนั้น ไฮซากิยังมองเขาสองคนด้วยรอยยิ้มสนุกสนานที่ดูน่ารังเกียจที่แทบจะไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลยซักนิด

“อีก 1 สัปดาห์อย่าลืมมาดูหล่ะไดกิ โชว์ขยี้รุ่นปาฏิหาริย์ไม่ได้หาดูง่ายๆนะเฟ้ย!”

 

วันอาทิตย์ก่อนแข่ง 1 สัปดาห์ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆของโรงเรียนไคโจวมีเหล่าบรรดาสมาชิกชมรมบาสเกตบอลไคโจวกำลังตั้งสมาธิเคร่งเครียดอยู่กับวีดีโอบันทึกการแข่งขันของเมื่อวาน ซึ่งผลการแข่งขันที่ออกมาโรงเรียนที่ชนะและผ่านเข้ารอบมาเจอกับพวกเขาเป็นโรงเรียนต่อไปคือโรงเรียนฟุคุดะจากเขตชิสุโอกะ เป็นทีมที่ไม่มีผลงานโดดเด่นอะไรมากแต่จู่ๆปีกลับเก่งขึ้นพรวดพราดจนผ่านเข้ารอบมาจนถึงนี้ได้เป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆคนแปลกใจไม่น้อย แต่นั้นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องมานั่งจ้องวีดีโอบันทึกการแข่งขันอันนี้อย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ดี เพราะสาเหตุจริงๆคือเอสของพวกเขาจู่ๆก็ล้มลงเมื่อวาน ที่สนามแข่งขันเดียวกับในวีดีโอ แม้หมอจะวินิฉัยว่าเป็นแค่อาการเครียดมากเกินไปจนเกิดอาการหายใจเร็วกว่าปกติ แต่พอมานึกแล้วว่าอาการแบบนี้เกิดขึ้นกับคิเสะ เรียวตะ นายแบบหนุ่มผู้มีรอยยิ้มพราวประดับประดาอยู่บนใบหน้าตลอดเวลามันก็คงจะชวนให้เชื่อยากอยู่เหมือนกัน ไหนจะกัปตันที่เป็นคนพบคิเสะคนแรกยังไม่ปริปากบอกอะไรลูกทีมคนอื่นเลยนอกจากว่า ‘หมอนั้นก็แค่ตื่นเต้นมากเกินไป’ แต่ยังไงซะมันก็เป็นคำพูดที่พูดขึ้นเพื่อไม่ให้ลูกทีมคนอื่นๆตกใจ แต่สำหรับคนที่เป็นเพื่อนกับทาคามัตสึมานานอย่างโมริยาม่า โยชิทากะ สีหน้าตอนที่เขาบอกลูกทีมว่าอย่าห่วงยังดูหน้าเป็นห่วงมากกว่าอีก

คาซามัตสึนั่งกอดอกตัวตรงจ้องวีดีโอตรงหน้าไม่วางตาแต่ในใจกำลังจดจ่ออยู่แต่กับคนที่นั่งดูวีดีโอด้วยสีหน้านิ่งสนิทไม่มีแม้แต่รอยยิ้มที่มีอยู่เป็นประจำประดับบนใบหน้า ไหนจะท่าทางที่ตกใจจนลุกขึ้นยืนทันทีที่ผู้เล่นที่ชื่อว่าไฮซากิ โชโงะปรากฏขึ้นในวีดีโอ ถ้ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่เขาได้ยินมาเมื่อวานก็ดี

‘ถึงอาการจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่หมออยากจะบอกคือสาเหตุของโรค โดยปกติอาการแบบนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่มีร่างกายอ่อนแอหรือมีความผิดปกติมาตั้งแต่เกิดแต่สำหรับนักกีฬาอย่างพวกเธอสาเหตุนี้จึงไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่ ดังนั้นหมอจึงคิดว่าการที่คนไข้เกิดอาการแบบนี้น่าจะเป็นสาเหตุทางด้านจิตใจ หมอคิดว่าคนไข้คงได้รับความกดดันอย่างมากเพราะอาการแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายถ้าคนไข้ไม่ได้มีความเครียดสะสมอยู่เป็นจำนวนมากอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นหมอจึงอยากเตือนอย่าให้คนไข้ต้องคิดอะไรมากในช่วงนี้แล้วผักผ่อนให้เยอะๆก็พอแล้วหล่ะ’

สาเหตุจากด้านจิตใจ ถ้าจะให้คิดคงนึกอะไรไม่ออกนอกจากเรื่องของไอ้คนที่แพ้ให้กับเซย์รินเมื่อวาน แต่สภาพของคิเสะที่สั่นกลัวทุกครั้งที่เขาสัมผัสมันเป็นอาการของคนที่หวาดกลัวมากกว่าจะเสียใจจนคิดไม่ตกว่าจริงๆมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในช่วงเวลาที่เขาคลาดกับคิเสะเพียงไม่กี่นาทีตอนนั้น รู้สึกเหมือนความตั้งใจที่สาบานว่าจะปกป้องอีกฝ่ายกำลังถูกสั่นคลอนด้วยความอ่อนแอของตัวเองลงเรื่อยๆ กี่ครั้งกี่หนที่เขายืนอยู่เคียงข้างแต่ก็ไม่อาจปกป้องไว้ได้เลยซักครั้ง

มีแต่ต้องทนมองนายเจ็บปวดต่อไปเรื่อยๆแบบนี้งั้นเหรอ?

คิเสะเท้าแขนกับโต๊ะมองภาพวีดิโอตรงหน้า แม้จะทำหน้าเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรแต่มือของเขากำลังกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บที่ถูกความเจ็บปวดเมื่อครั้งเก่าก่อนไล่ต้อนจนต้องแสดงด้านที่อ่อนแอให้ทุกคนได้เห็นรวมไปถึงคาซามัตสึเองด้วย

ก่อนที่คิเสะจะได้เป็นหนึ่งในตัวจริงของรุ่นปาฏิหาริย์ ตัวจริงก่อนหน้าเขาก็คือไฮซากิ ความแข็งแกร่งที่เขามีนั้นเป็นของจริงทั้งความเร็ว ความยืดหยุ่นและเทคนิค เพื่อให้ได้ตำแหน่งตัวจริงผมเคยท้าสู้เดิมพันตำแหน่งตัวจริงจากเขาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งจบลงที่ผมแพ้เขาอย่างง่ายดาย ถ้าไม่นับเรื่องการทำแต้มผมแพ้เขาแทบทุกอย่างแม้แต่เรื่องผู้หญิง แฟนเก่าของผมเองก็ถูกเขาแย่งไป แต่แล้วผมก็ยังได้ตำแหน่งตัวจริงมาพร้อมรอยแผลที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและการหายตัวไปของเขา

แต่ตอนนี้เขากลับมาแล้วเพื่อล้างแค้นผม ล้างแค้นรุ่นปาฏิหาริย์ แช่งชิงทุกอย่างเหมือนที่เขาเคยทำกับผมอีกครั้ง

ผมไม่มีความมั่นใจที่จะชนะเขาได้เลยซักนิด...

แม้แต่ตอนนี้เองก็ด้วย

สมาชิกของทั้งสองทีมคำนับกันและกันยกเว้นเอสของทั้งสองที่ยังยืนจ้องกันตั้งแต่เดินเข้ามาในสนาม ไฮซากิมีสีหน้าพอใจกับสายตาที่กำลังจ้องเขาอย่างอาฆาตเคียดแค้นเหมือนกำลังสนุกที่ค่อยๆได้ฉีกกระชากหน้ากากปั้นยิ้มที่เขามีออกที่ละชิ้นๆ

“อย่าทำหน้าเครียดอย่างนั้นสิฟ่ะเจ้าบ้า!” คาซามัตสึใช้ข้อศอกกระทุ้งเข้ากับลิ้นปี่คิเสะเต็มๆจนเจ้าตัวร้องโอดโอ๊ยออกมา

“ระ..รุ่นพี่! มันเจ็บนะครับ”

คาซามัสซึตบหน้าคนที่ยังทำหน้าจ๋อยไม่เลิกแล้วจับดึงให้โน้มลงมาเพื่อตะโกนกรอกหูใส่เสียงดัง “งั้นก็เลิกทำหน้าแบบนั้นซะ นายไม่ได้สู้คนเดียวในสนามนี้ซักหน่อย!!”

 “ใช่แล้วคิเสะ วันนี้ฉันสู้เพื่อเธอคนสวยคนนั้นเอง!”

“ผมเองก็จะพยายามเรื่องรีบาวน์เต็มทีเช่นกันครับ!”

“ไม่เป็นไรทุกอย่างจะต้องไปได้สวยแน่ๆอย่าห่วงเลยคิเสะ”

“ค...ครับ” คิเสะตอบรับสมาชิกร่วมทีมด้วยรอยยิ้มแต่ภายในใจนั้นวูบไหว ถึงเขาจะไม่อยากแพ้ในการแข่งขันแต่ก็ไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าเขาจะสามารถเอาชนะไฮซากิได้ ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ว่ามันจะต้องพัฒนาได้ แต่...

ถ้าเกิดความกลัวมันมีมากกว่าหล่ะ

ระหว่างการแข่งขัน แม้ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าไฮซากิมีความสามารถที่คล้ายคิเสะแต่ก็ไม่อยากเชื่อเรื่องที่ว่าตัวเองจะไม่สามารถใช้ท่าของตัวเองได้หลังจากที่ถูกอีกฝ่ายเรียนแบบไป ทั้งทีมค่อยๆรู้สึกเหมือนโดนบั่นทอนกำลังใจทีละน้อยยิ่งดิ้นรนเท่าไหรก็ยิ่งเหมือนโดนเหยียบจมลึกลงเท่านั้น โดยเฉพาะคิเสะภาพเก่าๆในอดีตค่อยๆกลับมา ความพ่ายแพ้อย่างน่าสมเพชของเขาแสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นระหว่างเขากับไฮซากิ อาจจะมาได้ไกลแค่นี้แล้วก็ได้...

ใช่ ตัวเขามันอ่อนแอ

“เฮ้ย อย่าดันได้ไหมซัทสึกิ!”

“แหมไดจัง ยังไงก็ต้องมาดูให้ได้นะการแข่งของคีจังแท้ๆ”

อาโอมิเนะดันหัวเพื่อนสมัยของเขาออกห่างเมื่อหญิงสาวตรงหน้าโผล่มาหาเขาที่บ้านตั้งแต่เช้าแล้วลากเขาตรงดิ่งมานี้จากนั้นก็บีบบังคับขู่เข็ญด้วยคำว่า ‘ถ้าไดจังไม่ไปด้วยจะเอาอัลบั้มรูปไมจังไปเผาให้หมดเลย’ จนหนีไม่ได้

“พวกเราแพ้ไปแล้วจะมาดูให้ได้อะไรฟ่ะ!”

“ไดจังจะบอกว่าไม่ห่วงที่คีจังต้องแข่งกับคนแบบนั้นเลยเหรอ?” โมโมอิเกาะแขนอีกฝ่ายแล้วเขย่าส่งสายตาออดอ้อนขอความเห็นใจ แต่คงจะไม่ได้ผลซักเท่าไหรกับคนที่ไม่สนใจอะไรนอกจากบาสและหน้าอก เขาถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ไหนๆก็ถูกลากมาถึงขนาดนี้จะยอมดูก็ได้ แต่ว่าเพิ่งจะจบครึ่งแรกไคโจวเป็นฝ่ายไล่ตามอยู่แบบนี้ บางทีมันอาจจะน่าเป็นห่วงเหมือนอย่างที่ซัตสึกิพูดเป็นได้

อาโอมิเนะเท้าแขนเข้ากับราวจับสนามที่ตอนนี้ที่นั่งแน่นขนัดไปด้วยผู้คนจนไม่เหลือที่นั่งให้พวกเขาสองคน เขาไล่กวาดสายตาไปทั่วสนามแล้วสะดุดกับเรือนผมสีฟ้าที่แสนจืดจางอยู่บนที่นั่งผู้ชมที่ไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากที่เขายืนอยู่ซักเท่าไหร

มาด้วยงั้นเหรอ...

อาโอมิเนะใช้เวลาตลอดพักครึ่ง10นาทีจ้องมองร่างเล็กที่กำลังคุยหยอกล้อกับชายหนุ่มอีกคนที่เขาต้องพ่ายแพ้ให้ ทั้งเกมในสนามและเกมรัก เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเท็ตสึจะเป็นฝ่ายบอกเลิกเขาเองและคิดว่าลึกๆในใจของอีกฝ่ายจะยังพอมีตัวตนของเขาหลงเหลืออยู่บ้าง แต่พอได้เห็นรอยยิ้มที่อีกฝ่ายเคยยิ้มให้เขากำลังยิ้มให้ใครคนอื่น ในตอนนี้เขาถึงได้รู้ว่าความรักของพวกเขาสองจบลงแล้วจริงๆ

แต่ก็น่าแปลกที่คนใจร้อน ไร้เหตุผลแบบเขาจะไม่โวยวายแล้วหงุดหงิดเดินไปตั๊นหน้าคากามิอย่างนั้น ทั้งๆที่ตอนนี้สองคนนี้กำลังกระซิบกระซาบใกล้กันจนมันเหมือนทั้งสองคนนี้กำลังจู๋จี๋สวีทหวานชื่นจนออกนอกหน้า จนเขาไม่น่าจะทนได้แท้ๆ

เมื่อเสียงนกหวีดสนามดังขึ้นและนักกีฬาของทั้งสองฝั่งเดินออกมาประจำที่ในสนามเขาจึงเบนสายตาหันกลับมามองในสนามแทน

ครึ่งหลังการโจมตีของไคโจวลดลงฮวบฮาบ เพราะคิเสะพลาดในการดวลกับไฮซากิหลายต่อหลายครั้งจนถูกฟูคุดะแย่งบอลไปได้ แม้จะดูเหมือนว่าฝั่งไคโจวจะยังมีกำลังใจสู้แต่เอสของพวกเขาดูเหมือนจะตัดใจยอมแพ้ไปแล้ว

“คิเสะคุง!”

คุโรโกะที่มาดูการแข่งขันตั้งแต่ต้นลุกขึ้นตะโกนก้องอย่างหมดความอดทน ทั้งที่คิเสะเป็นคนที่อุตสาหะ พยายามไม่แพ้ใครถึงจะดูเป็นคนขี้เล่นไม่จริงจังไปบ้างแต่ก็รักในกีฬาบาสนี่อย่างสุดหัวใจ แล้วตอนนี้จะต้องมาแพ้ให้คนอย่างไฮซากิที่ไม่ได้มองเห็นคุณค่าของบาสแบบนี้นะเหรอ ผมไม่ยอมหรอก!

“ผมทำตามสัญญาที่จะเอาชนะอาโอมิเนะคุงให้คุณแล้ว คราวนี้ถึงตาคุณทำตามสัญญาที่ว่าจะไม่แพ้แล้วมาสู้กับพวกผมสิ!”

อาโอมิเนะหันไปมองคุโรโกะอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คิเสะน่ะเหรอ? ขอให้คุโรโกะเอาชนะฉัน?

ดวงตาเรียวรีบตวัดหันกลับไปมองในสนามเห็นคิเสะมองขึ้นมายังที่นั่งผู้ชมที่คุโรโกะนั่งอยู่แล้วยิ้มให้คล้ายจะขอบคุณ แต่เมื่อนัยน์ตาสวยนั้นหันมาสบตากับเขากลับทำหน้าเหมือนคนเห็นผี แล้วสะบัดหน้าหนีเขาทันที คล้ายละอายใจที่จะมองหน้าเขาตรงๆ

ปลิ้นปล้อน ไว้ใจไม่ได้ แล้วตอนนี้มาทำตัวเป็นคนขี้ขลาด...

มันจะมากเกินไปแล้ว

“ไอ้เจ้าบ้าคิเสะ! ถ้านายแพ้ไอ้คนพรรณนั้นตอนนี้ ก็อย่าหวังว่าจะชนะฉันไปตลอดชีวิตเลย!”

เขาตะโกนออกไปด้วยเสียงที่ดังกว่าของคุโรโกะหลายเท่าจนเจ้าตัวเองยังหันมามองเขาที่ยืนอยู่ข้างหลัง ทุกคนในสนามล้วนหันแหความสนใจมาที่เขารวมไปถึงสายตาสีน้ำผึ้งอ่อนที่กำลังเงยหน้ามองเขาด้วยความประหลาดใจ เขาแสยะยิ้มแล้วตะโกนต่อ “ถ้าอยากชนะฉัน ก็รีบๆโค่นไอ้หมอนั้นแล้วมาแข่ง 1 on 1กับฉัน ไม่ใช่ฝากคนอื่นมาสิฟ่ะ ไอ้งี่เง่าคิเสะ!”

อาโอมิเนะตะโกนด่าคิเสะไปเรื่อยๆ ทั้งขี้ขลาดกลัวไส้เดือน ทั้งบ้า เป็นจอมพูดมากเป็นทั้งตัวน่ารำคาญ แถมยังขี้ตื้อ แล้วก็เป็นคนที่ใกล้เขาที่สุดนับตั้งแต่ที่ผ่านมา ซัทสึกิรีบออกตัวห้ามปิดปากเขาเมื่อทั้งสนามเริ่มมองพวกเขาเป็นตัวขบขันแล้วปรามเขาด้วยสายตาดุๆที่เขาก็ได้แต่ยักคิ้วตอบไปว่า ‘แล้วไง’

ดวงตาสีน้ำเงินจับจ้องกลับไปยังสนามโดยปล่อยคำบ่นของเพื่อนสมัยเด็กให้ลอยผ่านหูไปเฉยๆ ถึงจะไม่รู้ว่าคำพูดที่เขาพูดไปมันจะส่งผลยังไงกับอีกฝ่ายในสนาม แต่ตอนนี้เขามั่นใจว่ารอยยิ้มที่อีกฝ่ายยิ้มให้เขาเมื่อครู่นี้คือรอยยิ้มเดียวกับที่เจ้าตัวเคยยิ้มให้เขาเมื่อก่อนไม่มีผิด เพราะงั้นหมอนั้นไม่มีทางแพ้แน่ๆ

“วิ้ว~ เร่าร้อนกันจริงๆ แต่น่าเสียดายที่อีกเดี๋ยวพวกนายก็จะแพ้แล้วแท้ๆ” ไฮซากิที่เข้าประกบคิเสะที่ครองลูกอยู่พูดขึ้น เขาใช้ความเร็วเข้าประชิดเพื่อจะชิงลูกบาสจากมือแต่คิเสะกลับเลี้ยงหลบได้อย่างง่ายดายเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนที่หมดกำลังใจสู้เมื่อครู่

“ไม่แพ้หรอก”

“อะไรนะ?” ไฮซากิเลิกคิ้วสูง ทั้งที่เมื่อกี้ยังทำหน้าซังกะตายหมดกำลังใจสู้แล้วแท้ๆแต่ตอนนี้หมอนี้กำลัง ยิ้มงั้นเหรอ?

“...เพราะฉันยังมีนัดไปเล่น1on1กับอาโอมิเนจจิเพราะงั้นแพ้นายไม่ได้หรอก”

“เสียสติไปแล้วรึไงเรียวตะ?” เขาพุ่งเข้าแย่งบอลอีกครั้งแต่ก็ถูกเลี้ยงหลุดออกไปด้วยสไตล์การเล่นที่แม้แต่เขาเองก็ยังขโมยมาไม่ได้

สไตล์การเล่นเร็วของอาโอมิเนะ!

คิเสะเลี้ยงลูกด้วยความเร็วที่ถูกเร่งจนสูงสุดสไตล์เดียวกับอาโอมิเนะบุกผ่ามาถึงหน้าแป้นแล้วกระโดดชู้ตไร้รูปแบบที่เหมือนกับเจ้าตัวมาเล่นเองเป้ะจนทุกคนในสนามอึ้งเป็นไก่ตาแตก

“เฮอะ! มันก็แค่ลูกไม้ที่ใช่ได้แค่โทโอเท่านั้นแหละ ฉันดูมาหมดแล้วแค่อย่าให้เข้ามาวงในได้ก็พอ!” ไฮซากิออกคำสั่งกับสมาชิกในทีมแล้วขยับขึ้นมาตั้งรับด้านหน้าเพื่อเพิ่มการป้องกันส่วนตัวเองรอประกบกับคิเสะตัวต่อตัวอีกครั้ง

“ทำอะไรโง่ๆ”

แต่แทนที่คิเสะจะพุ่งเข้ามาเพื่อชู้ตตามสไตล์การบุกของอาโอมิเนะ เขาขยับถอยห่างแล้วกระโดดชู้ตด้วยสูงชู้ตที่มีวิถีโค้งสูงจนเป็นเอกลักษณ์ของมิโดริมะและลงห่วงอย่างแม่นยำเรียกเสียงฮือฮาได้จากทั้งสนามอีกครั้ง

“คิดว่าฉันก๊อปปี้ได้คนเดียวรึไง?”

เมื่อฟุคูดะได้เป็นฝั่งบุกบ้างก็ถูกป้องกันด้วยการเข้าชาร์ตอันรุนแรงของมุราซากิบาระที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับทีมฟูคุดะได้ทั้งทีม ไฮซากิสถบเสียงดังแล้วเตะเพื่อนร่วมทีมที่ขวางทางออก มีแต่พวกไร้ประโยชน์ทั้งนั้น ถ้าอย่างนั้นมีแค่ฉันคนเดียวก็พอ ถึงแกจะสามารถเลียนแบบความสามารถของพวกรุ่นปาฏิหาริย์ได้ทั้งหมดจริงๆ แต่ตัวแกเองก็คงไม่ทันได้สังเกตสินะว่าขาของแกยังบาดเจ็บอยู่ เรียวตะ!

ไฮซากิพุ่งตรงเข้าหาคิเสะ แล้วจงใจเหยียบลงบนเท้าของคิเสะเต็มแรงจากที่มุมที่กรรมการมองเห็นได้ยาก ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บไล่ขึ้นมาจนถึงเข่าแต่คิเสะก็ยังฝืนพยุงตัวแล้วเล่นต่อไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยซักนิด ใช่ว่าการแข่งกับไฮซากิจะไม่มีลูกไม้สกปรกๆแบบนี้ซะเมื่อไหร กลับกันเขาเตรียมใจว่าจะเจออะไรที่แรงกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ถึงจะเจอแบบนั้นจริงๆเขาก็ไม่เหลือความคิดที่จะยอมแพ้ในหัวอีกแล้ว เพราะว่าอาโอมิเนะคนนั้นบอกว่าจะเล่น1on1กับฉันเลยเชียวนะ ทั้งทีปกติต้องเป็นเขาที่คอยเฝ้าวิงวอนขอร้องให้อีกฝ่ายมาเล่นด้วยก่อนแท้ๆ

มันน่าดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ

เครดิต : FB - Yaoi Hole

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Talktalk:ตอนนี้ถ้ามีผิดพลาดเยอะมาก ก็ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ ไรเตอร์ยังไม่หายดีแถมตอนแต่งยังดึกมากเลยไม่ค่อยมีเวลาอ่านทวนที่พิมพ์ แต่จะพยายามอัพตอนต่อไปให้ทันกับKnB SS3 ตอนหน้าแน่นอนค่ะ!

Comment

Comment:

Tweet

#3 By (182.53.106.245|182.53.106.245) on 2015-08-09 19:42

กรี๊ดดดด โดสั้นข้างล่างคืออัลลัย ?? คีจังจะใสไปแล้ว 5555
อ่านแล้วเขิน -///- อาโฮ่ตะโกนเชียร์(?)จากข้างสนาม ฮิ้ววว

#2 By น้องอ้อย (101.109.67.169|101.109.67.169) on 2015-01-25 23:02

อาโฮ่เอาใจคีจังไปเลยยยย 

#1 By meen (182.52.124.19|182.52.124.19) on 2015-01-25 09:14

Recommend