EvaXIII View my profile

[Fic:KnB] Aokise - Never Smile Again -11- Part 2

posted on 27 Mar 2015 04:44 by arty-alone directory Fiction
กลับมาแล้ววววววววว
 
ขอโทษด้วยที่ปั่นไม่ทันฉากในซีซั่น 3 
 
ช่วยนี้ไรเตอร์งานกับกิจกรรมเยอะมาก 
 
อาจจะ 2 สัปดาห์อัพ 1 ตอน หรือไม่ก็ยาวไปถึงสงกรานต์เลยถึงจะกลับมาอัพ
 
ยังไงก็รอไรเตอร์ด้วยน้าาาาาTongue outTongue out
 
ขอให้อ่านให้สนุกเช่นเคยจ้า
 
 

-------------------------------------------------------

*เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของKuroko on Basuke แต่ประการใด และKuroko on Basuke ก็ไม่ใช่การ์ตูน Y *

---------------------------------------------------------
 
 

 

ผลการแข่งขันระหว่างโรงเรียนไคโจวและโรงเรียนฟุคุดะจบลงที่ไคโจวพลิกแต้มนำเอาชนะไปได้อย่างสวยงามในตอนท้ายของการแข่งขัน เอสของทั้งสองฝ่ายต่างเข้าปะทะจนเหงื่อโทรมกายแต่ทางคิเสะที่ใช้เพอร์เฟกก๊อปปี้ได้อย่างสมบูรณ์ก็สามารถฉีกหนีการประกบของไฮซากิได้อย่างงดงามแล้วทำแต้มทิ้งห่างไปเรื่อยๆจนได้ชัยชนะมาครอง

 

 

คุโรโกะที่ลุ้นจนตัวโก่งอยู่ข้างสนามถอนหายใจด้วยความโล่งอกทั้งทีหลังจากคู่นี้เขาก็ต้องเป็นฝ่ายแข่งกับโรงเรียนไคโจวเองแท้ๆ ทั้งทีเห็นว่าไคโจวแกร่งขึ้นขนาดนี้ตัวเขาก็ยังโล่งใจที่ได้เห็นชัยชนะของไคโจวมากกว่าฟุคุดะเป็นไหนๆ แต่ไม่ทันได้โล่งใจที่นั่งว่างข้างๆหลังจากที่รุ่นพี่เฮียวงะลุกขึ้นออกไปเข้าห้องน้ำก็ถูกชายหนุ่มร่างสูงผิวสีคล้ำที่ไม่ได้รับเชิญจับจองแบบกระทันหันจนเขาและคากามิที่นั่งอยู่ใกล้ๆเองก็ตั้งตัวแทบไม่ทัน

 

 

“อาโอมิเนะคุง?”

 

 

“ไหนลองบอกมาสิ ว่าคิเสะมันไปสัญญาอะไรกับนายตั้งแต่เมื่อไหรเท็ตสึ”

 

 

อาโอมิเนะจ้องทั้งคู่อย่างคาดคั้นจะเอาคำตอบ ครั่นจะบ่ายเบี่ยงไม่ตอบก็คงดูจะไม่ยุติธรรมต่อคนตรงหน้าซักเท่าไหรแต่เรื่องที่สัญญาเอาไว้ก็ไม่ได้เป็นความลับคอขาดบาดตายจึงตัดสินใจเล่าไปทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่เซย์รินแพ้ให้กับโทโออย่างหมดรูป

 

 

น่าแปลกที่อีกฝ่ายทำเพียงนั่งฟังเงียบๆไปจนจบโดนไม่บ่นหรือโวยวายอะไรออกมา ไม่มีแม้แต่หวั่นไหวในตอนที่เขาพูดถึงความสัมพันธ์ของเขากับคากามิในตอนนี้

 

 

เมื่อเล่าจนหมดอีกฝ่ายตอบรับด้วยการลากเสียงย่านคางเหมือนไม่ใส่ใจแต่สิ่งที่สะท้อนอยู่ในแววตาสีน้ำเงินเข้มกำลังแปรเปลี่ยนเป็นความหมายอีกอย่าง เป็นแววตาที่คล้ายกับตอนที่อาโอมิเนะยังจริงจังและทุ่มเทให้กับการเล่นบาสอยู่แทบทุกวัน เป็นแววตาที่สื่อความหมายได้ว่าเขาจะไม่ยอมแพ้

 

 

“อาโอมิเนะคุง คิเสะยังรอคุณอยู่นะครับ รอมาตลอดก่อนผมด้วยซ้ำ”

 

 

“เรื่องนั้นฉันรู้แล้วหล่ะ...”

 

 

 

 

 

“ทั้งที่เป็นเรื่องที่ควรจะรู้ตัวเร็วกว่านี้แท้ๆ”

 

 

“งั้นก็รีบไปง้อสิครับ”

 

 

“ถึงไม่ต้องให้นายบอกฉันก็จะไปอยู่แล้วน่า เท็ตสึ” อาโอมิเนะเกาหัวด้วยความรำคาญหางตาเหลือบมองคากามิที่นั่งขู่ฟ่อเหมือนแมวตัวใหญ่ๆอย่างหวาดระแวงแล้วยิ้มขำ “นายนั้นแหละหัดดูแลเจ้าเหมียวตัวโตของนายให้ดีก่อนแล้วค่อยมาสอนฉันดีกว่า”

 

 

“นายว่าใครเป็นเจ้าเหมียวตัวโตกันฟ่ะ!”

 

 

“ก็รู้ตัวดีนี่” อาโอมิเนะลุกขึ้นยืนโบกมือลาทั้งคู่แล้วตามไปสมทบกับโมโมอิที่ยืนรออยู่ด้านหลัง

 

 

ทั้งคู่เดินจนมาถึงด้านนอกของสนามแข่งขันอาโอมิเนะบอกให้โมโมอิกลับไปก่อนได้เลยส่วนตัวเองขออยู่รอทำธุระกับคิเสะก่อนแล้วค่อยกลับ

 

 

“ไม่กลับ! ฉันเองก็จะอยู่รอคีจังด้วย!!”

 

 

“ยัยบ้า ไม่ได้ยินรึไงว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับหมอนั้นแค่ 2 คน เธอน่ะกลับไปเลยไป”

 

 

เรื่องแบบนั้นถ้าขืนพูดต่อหน้ายัยนี่มีหวังคงโดนล้อจนแก่หัวหงอกแน่ๆ

 

 

“แต่ว่าฉันเป็นห่วงคีจังนี่ นะไดจังให้ฉันอยู่ด้วยนะ” โมโมอิแกล้งบีบน้ำตาออดอ้อนอาโอมิเนะสุดฤทธิ์เพราะรู้ว่าถึงอาโอมิเนะจะเอาแต่ใจยังไงแต่ก็ยังแพ้น้ำตาและมารยาหญิงอยู่ดี โดยเฉพาะสาวอกโต!

 

 

“....ก็ได้ๆ แต่ตอนที่ฉันคุยกับหมอนั้นเธอห้ามตามมานะ!”

 

 

“รับทราบจ้า!” โมโมอิยิ้มร่ารับผิดกับเมื่อครู่ลิบลับจนอาโอมิเนะต้องถอนหายใจ

 

 

“...ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมต้องเป็นห่วงหมอนั้นขนาดนั้น ไม่ได้มีใครจะมาดักทำร้ายซักหน่อย...” อาโอมิเนะบ่นอุบอิบไม่พอใจตามภาษาคนขี้รำคาญ แต่ในช่วงท้ายของประโยคกลับทำให้โมโมอิหุบยิ้มในทันที

 

 

“เฮ้ ซัตสึกิ? เป็นอะไรไป?”

 

 

อาโอมิเนะถามขึ้นเมื่อคนข้างตัวเงียบลงกะทันหัน ใบหน้าหวานเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกสองมือกุมแน่นอยู่ตรงอกและสั่นน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนสมัยเด็กมีท่าทีผิดสังเกตอย่างเห็นได้ชัดเขาจับไหล่เล็กทั้งสองข้างแล้วเขย่าเรียกสติให้อีกฝ่ายกลับมา

 

 

“เกิดอะไรขึ้นซัตสึกิ?!”

 

 

“ดะ...ไดจัง...คีจังจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม...” โมโมอิเงยหน้ามองอาโอมิเนะทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า

 

 

“...จะไม่..เป็นอะไรจริงๆ...ใช่ไหม..”

 

 

โมโมอิเริ่มปล่อยโฮออกมาจนอาโอมิเนะจับต้นชนปลายไม่ถูก ทำไมซัตสึกิถึงต้องร้องไห้ขนาดนั้น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคิเสะ ครั่นพอจะอ้าปากถามก็ถูกขัดด้วยคนที่พวกเขาไม่คิดว่าจะมาอยู่ตรงนี้

 

 

“มาสวีทกันกลางที่สาธารณะแบบนี้ ไม่อายฟ้าดินกันเลยนะพวกนาย ถ้าไม่ว่าอะไรขอให้ฉันร่วมแจมหน่อยได้ไหม?”

 

 

“ไฮซากิ!”

 

 

อาโอมิเนะกระโดดขวางระหว่างโมโมอิและไฮซากิตามสัญชาตญาณ ไฮซากิยามปกติแม้ดูไม่น่าเข้าใกล้แต่ก็ไม่เคยแสดงท่าทีอันตรายเท่ากับตอนนี้มาก่อน

 

 

ไฮซากิในชุดวอร์มของโรงเรียนฟุคุดะเดินตรงมาหาพวกเขาทั้งสองคนโดยมีท่าที่มุ่งร้ายอย่างเห็นได้ชัด

 

 

“อะไรกันใจจืดใจดำกันชะมัด แต่ก็เอาเหอะเพราะคนที่ฉันมีธุระจริงๆไม่ใช่พวกนายซักหน่อยนี่เนอะ ช่วยหลีกทางไปหน่อยได้ไหม?”

 

 

ถึงอีกฝ่ายจะพูดแบบนั้นแต่ทั้งรอยยิ้มและบรรยากาศรอบตัวไฮซากิตอนนี้บอกได้เลยว่าคนที่มันมีธุระด้วยตอนนี้คงจบไม่สวยแน่ๆ เพราะธุระของมันเคยมีคำว่า “คุยดีๆ” อยู่ซะทีไหน

 

 

โมโมอิกระตุกเสื้ออาโอมิเนะด้วยสีหน้ากังวลใจ

 

 

“ไดจัง อย่าให้โชโงะคุงเข้าไปได้นะ ไม่งั้นคีจังคง...”

 

 

“อ้าว นึกว่าใครที่แท้ก็ซัตสึกินี่เอง” แต่ไม่ทันที่อาโอมิเนะจะได้ตั้งตัวไฮซากิก็เข้าประชิดโมโมอิเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว “จะว่าไปเธอเองก็เป็นคนที่ฉันมีธุระด้วยเหมือนกันนี่!”

 

 

ไม่พูดเปล่าไฮซากิจัดการกระชากผมของโมโมอิอย่างแรงโดยไม่สนว่าเธอจะเป็นผู้หญิง อาโอมิเนะมองการกระทำของไฮซากิอย่างตกตะลึงแล้วรีบเข้าไปห้ามทันที

 

 

“ปล่อยเดี๋ยวนี้ นะเจ้าบ้า!” อาโอมิเนะง้างหมัดหมายจะต่อยอีกฝ่ายให้หน้าหงายแต่ก็วืดเพราะไฮซากิผลักโมโมอิไปทางเขาเพื่อเป็นโล่ ช่างเป็นการกระทำที่น่าเกลียดจนไม่น่าเชื่อว่าเมื่อก่อนพวกเขาเคยอยู่ทีมเดียวกันมาก่อน

 

 

“เกือบไปๆ ลืมไปเลยว่านายไม่ได้กระจอกเหมือนเรียวตะนี่เนอะ”

 

 

“หมายความว่าไง!” ตอนนี้เขาสับสนไปหมดแล้วทำไมหมอนั้นถึงทำร้ายซัตสึกิแล้วคิเสะเกี่ยวอะไรกับเรื่องด้วย

 

 

“อะไรกันซัตสึกิ ไม่ได้บอกไดกิรึไง” ไฮซากิยิ้มเยาะราวกับอาโอมิเนะเป็นคนโง่แล้วส่งสายตาเหยียดหยามไปทางโมโมอิแทน

 

 

 

 

 

“...ทั้งที่ปากสว่างไปบอกอาคาชิได้แท้ๆ”

 

“พอได้แล้วโชโงะคุง!”

 

“อาคาชิด้วยงั้นเหรอ? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันซัตสึกิ!”

 

 

“น่าสงสารนายจริงๆไดกิ เพราะงั้นจะบอกนายให้เอาบุญก็ได้ ‘เรื่องบ้าๆ’ ที่ว่า” ไฮซากิหยิบโทรศัพท์สีเทาขึ้นมาแล้วกดอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาจะแผดร้องแจ้งเตือนเมลล์ที่ส่งมา

 

 

เขามองหน้าไฮซากิที่ยังยืนถือโทรศัพท์อยู่ในมือก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาดู หน้าจอที่สว่างวาบแจ้งว่ามีเมลล์รูปภาพเข้ามา 1 ฉบับ เมื่อเปิดดูมันก็เป็นภาพที่ทำเอาเขาช็อกจนปล่อยมือถือหลุดออกจากมือทันที

 

 

ภาพของคิเสะที่ถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ไม้ในห้องมืดๆที่ดูแล้วคล้ายกับห้องเก็บอุปกรณ์ชมรมในโรงยิมเทย์โคว เสื้อยืดถูกถอดออกมามือเจ้าตัวเอาไว้ ตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยช้ำม่วงจากการถูกซ้อม แต่ใบหน้านั้นเกลี้ยงเกลาเหมือนกับจงใจเว้นเอาไว้ให้เจ้าตัวโดยเฉพาะ หรือไม่ก็เพื่อจะไม่ให้มีใครผิดสังเกต กางเกงกีฬาถูกถอดลงไปกองที่ขาเผยให้เห็นส่วนที่น่าอายที่ถูกมัดด้วยโบว์สีชมพูสดใส พร้อมกับประโยคที่เขียนอยู่บนหน้าท้องขาวๆนั้นว่า

 

 

 

 

 

 

 

‘ผมมันไอ้ขยะขี้แพ้ครับ’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไฮซากิแผดหัวเราะดังลั่นเมื่อเห็นอาโอมิเนะอ้ำอึ้งกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับรูปที่ได้เห็น

 

 

“ก่อนหน้านี้รูปมันมีเยอะจนเก็บเป็นอัลบั้มได้เลยมั้ง แต่เพราะซัตสึกิดันคาบข่าวเอาไปบอกอาคาชิซะก่อนคอลแลคชั่นของฉันก็เลยโดนลบหมด เหลือแต่รูปนี้แหละที่ยังคาอยู่ในกล่องเมลล์ที่ฉันเคยส่งให้เรียวตะดู ผลงานชิ้นโบว์แดงเลยนะเนี้ย”

 

 

“แม้แต่ฉันเองยังไม่นึกเลยว่าตัวเองจะมีอารมณ์ศิลปินขนาดนี้” ไฮซากิยังคงเอาแต่พร่ำเพ้อราวกับตนเป็นผู้สร้างศิลปะที่งดงาม โมโมอิที่รู้เรื่องราวทุกอย่างยืนสะอื้นจนตัวโยนด้านหลังอาโอมิเนะที่กำหมัดแน่นจนแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ

 

 

“...เพราะงั้นอาคาชิก็เลยไล่นายออกสินะ” เขาถามเสียงเย็นผิดกับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในอก

 

 

“ใช่ๆ ทั้งที่ฉันเก่งกว่าเรียวตะแท้ๆ ไม่งั้นป่านนี้ฉันคงได้เป็นรุ่นปาฏิหาริย์คนที่ 5 ไปแล้ว”

 

 

“อ้อ......เพราะงั้นนายเลยแค้นคิเสะ จนต้องตามมาล้างแค้นถึงนี่สินะ”

 

 

“ในเมื่อเข้าใจก็ให้ฉันผ่านได้รึยัง?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ถ้าฉันให้ไอ้สารเลวอย่างแกผ่านไปได้ฉันก็โง่เต็มทนแล้ว ไฮซากิ!”

 

 

อาโอมิเนะเหวี่ยงใส่ไฮซากิที่ไม่ทันตั้งตัวเต็มแรง เมื่อเจ้าตัวล้มลงก็ตามไปซ้ำทันทีทั้งเตะทั้งต่อยไม่ยั้ง

 

 

 

“พอเถอะไดจัง! โชโงะคุงจะตายเอานะ!!”

 

 

โมโมอิรีบวิ่งเข้ามาห้ามเมื่อเห็นว่าตอนนี้ไฮซากิสลบไปแล้ว ถ้าขืนปล่อยให้อาโอมิเนะทำต่อไปคงได้ตายจริงๆแน่

 

 

อาโอมิเนะหอบหายใจแรงด้วยความโกรธ เขาก้มมองใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเลือดของไฮซากิแล้วผละตัวออกมาเช็ดเลือดที่ติดอยู่ที่กำปั้นเหมือนกับเป็นของน่ารังเกียจ

 

 

อยากจะฆ่ามันให้ตาย แต่ทำไม่ได้ เพราะถึงฆ่ามันไป สิ่งที่มันเคยทำกับคิเสะก็ไม่เลือนหายไปอยู่ดี รวมถึงเรื่องที่ฉันเคยทำด้วย...

 

 

อาโอมิเนะล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อวอร์มของไฮซากิแล้วปามันลงพื้นตามด้วยเหยียบซ้ำจนเละไม่มีชิ้นดี ก่อนจะเดินมาลบรูปในมือถือของตัวเองแล้วพยุงตัวโมโมอิให้ยืนขึ้น

 

 

“ซัตสึกิ แผลเป็นของคิเสะเกิดจากหมอนี้สินะ”

 

 

หญิงสาวไม่พูดอะไรเพียงแต่พยักหน้ารับช้าๆพร้อมหยาดน้ำตา

 

 

“ตอนนั้น..ฉันเห็นคีจังโดนโชโงะคุงทำร้ายเลยจะเข้าไปห้าม แต่โชโงะคุงโกรธมากตอนที่ฉันบอกว่าจะให้อาคาชิปลดโชโงะคุงจากตัวจริงก็เลยจะเข้าทำร้ายฉัน”

 

 

โมโมอิพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสายจนเขาต้องยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อีกฝ่ายเช็ดน้ำตา

 

 

“แต่คีจังก็เข้ามากันฉันไว้จนโดยฟาดด้วยไม้...อึก..ทั้งหมดเป็นเพราะฉันแท้ๆ....”

 

 

โมโมอิเริ่มปล่อยโฮอีกครั้ง อาโอมิเนะเลยดึงเธอเข้ามากอดแล้วลูบหัวเบาๆ

 

 

“เธอไม่ผิดหรอก ถ้าไม่ได้เธอบางที่คิเสะอาจจะแย่กว่าตอนนี้ก็ได้”

 

 

“ฮือ...ขอโทษนะ ไดจังที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับไดจัง แต่ฉันไม่อยากให้คีจังเจ็บปวดไปมากกว่านี้ก็เลย...”

 

 

“หยุดร้องได้แล้วยัยบ้า น้ำมูกเปื้อนเสื้อฉันหมดแล้วเห็นไหม” อาโอมิเนะรีบผลักตัวโมโมอิออกทันทีที่เธอเริ่มเอาน้ำมูกเช็ดกับเสื้อของเขา

 

 

 

“ถ้าไม่อยากให้ฉันโกรธจริงๆก็ช่วยทำตามคำขอร้องฉันอย่างหนึ่งสิ”

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

TalkTalk: เผื่อจะมีใครงง เพราะอาคาชิคิดจะให้คิเสะเป็นตัวจริงเลยไปกลั่นแกล้งทำร้ายร่างกายคิเสะแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วโมโมอิก็มาเห็นเข้าเลยบอกว่าจะฟ้องอาคาชิถ้าไม่เลิกทำแบบนี้ ไฮซากิเลยจะทำร้ายโมโมอิแทนคีจังเลยเข้ามาช่วยจนกลายเป็นโดนฟาดหัวแตกแทน เป็นที่มาของแผลแรกสุดของคีจังนั้นเองTongue out

ส่วนที่อาโอมิเนะหรือคนอื่นไม่รู้เรื่องอะไรเพราะคีจังขอร้องให้ปิดเอาไว้ คนที่รู้เรื่องเลยมีแค่ ไฮซากิ โมโมอิ แล้วก็อาคาชิ 3 คน

ส่วนไฮซากิทรมานคีจังยังไงบ้าง........

 

แนะนำว่าให้จิ้นเอาเองฟินกว่า 5555555

ปล.ตอนหน้าอาจจะจบเลยก็ได้

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่ติดตามนะค่ะ แต่ตอนนี้ไรเตอร์ติดสอบไฟนอล คงจะมาอัพให้ได้ประมาณ วันที่ 20-22 ค่ะ ขอโทษนะค่ะ >/l\<

#11 By EvaXIII on 2015-05-07 11:01

อยากอ่านต่อออออ จัง

#10 By (223.205.246.68|223.205.246.68) on 2015-05-04 04:07

อยากอ่านตอนต่อไปแว้ววววว

#9 By Npn (223.205.247.23|223.205.247.23) on 2015-04-23 03:05

อัพต่อเถอะน้าาาา อยากอ่านตอนต่อไปใจจะขาด

#8 By (223.205.247.207|223.205.247.207) on 2015-04-13 10:12

คิดภาพตามการกระทำ แล้วขึ้นเลย ของชึ้นเลยยยย
โชโงะคุง เลวมากก ดีนะไม่ได้ข่มขืน

อยากอ่านตอนต่อไปแล้วว มีความสุขกันสักทีเถอะ

#7 By (223.206.199.201|223.206.199.201) on 2015-03-28 00:42

ถ้าตอนหน้าจบแบบมีความสุขก็ดีสิ

#6 By (202.12.73.137|202.12.73.137) on 2015-03-27 23:12

ละ...โล่งอก
เห็นส่วนนั้นผูกโบว์ไว้ นึกว่าโชโงะเล่นSMค้างไว้ซะอีก ฮ่ะๆๆๆ แค่โดนทำอนาจาร ไม่ถึงขั้น....นั้นน่ะ........สินะคะ เฮ้ออออออ
sad smile sad smile
ว่าแต่...อาโฮ่รู้ได้ไงอะว่าคีจังมีแผลเป็น? แผลที่ตัวเองทำยังจำไม่ได้แท้ๆ -*-

แต่อาโฮ่นี่มันก็โฮ่จริงๆ ไม่ลบในเมลล์บ็อกซ์ก่อนกระทืบมือถือทิ้ง รูปมันก็คาอยู่ในเมลล์บ็อกซ์ของโชโงะดิ
ตอนหน้าจะจบแล้ว?!?! เง้อออออออออ ขอให้คีจังมีความสุขซะทีเถิดดดดดดดดดด /น้ำตาจะไหล ลูกแม่รันทดยิ่งกว่านางเอกละครหลังข่าวซะอีก//

#5 By fukaze on 2015-03-27 22:58

ละ...โล่งอก
เห็นส่วนนั้นผูกโบว์ไว้ นึกว่าโชโงะเล่นSMค้างไว้ซะอีก ฮ่ะๆๆๆ แค่โดนทำอนาจาร ไม่ถึงขั้น....นั้นน่ะ........สินะคะ เฮ้ออออออ
sad smile sad smile
ว่าแต่...อาโฮ่รู้ได้ไงอะว่าคีจังมีแผลเป็น? แผลที่ตัวเองทำยังจำไม่ได้แท้ๆ -*-

แต่อาโฮ่นี่มันก็โฮ่จริงๆ ไม่ลบในเมลล์บ็อกซ์ก่อนกระทืบมือถือทิ้ง รูปมันก็คาอยู่ในเมลล์บ็อกซ์ของโชโงะดิ
ตอนหน้าจะจบแล้ว?!?! เง้อออออออออ ขอให้คีจังมีความสุขซะทีเถิดดดดดดดดดด /น้ำตาจะไหล ลูกแม่รันทดยิ่งกว่านางเอกละครหลังข่าวซะอีก//

#4 By fukaze on 2015-03-27 22:53

ดีนะโชโงะไม่ได้ข่มขืนคีจัง 
ไม่งั้นนะอาจจะไม่ได้โดนเเค่หมัด

#3 By meen (182.52.126.250|182.52.126.250) on 2015-03-27 15:38

@fukaze ไม่ได้โดนค่ะ ไม่ได้โดนwink wink wink
ไฮซากิแค่ถ่ายรูปแบล็กเมล์ไว้เฉยๆ แต่ไม่ได้ข่มขืนคีจังนะค่ะ ถ้าเป็นงั้นจริงคีจังก็น่าสงสารแย่

#2 By EvaXIII on 2015-03-27 13:16

ถึงขนาดนั้นไม่น่ารอด
.
.
.
.
แต่อยากถามเพื่อความชัวร์
.
.
.
.
...............คีจังเคยโดนโชโงะคุงข่มขืนไปแล้ว..................ใช่ไหมคะ
 
 
 
 

#1 By fukaze on 2015-03-27 10:01

Recommend