EvaXIII View my profile

[Fic:A/Z] Inaho x Slaine - EYE on BAT -4-

posted on 05 Apr 2015 04:09 by arty-alone directory Fiction
A/Z จบแล้วแต่ไรเตอร์ยังไม่จบ 
 
เนื่องจากตอนที่ 2 ของ U&I ยังคิดไม่ออกเลยมาอัพ EYE on BAT ไปก่อน
 
ตอนนี้ขอแก้จากโคโมริเป็นค้างคาว แล้วโอเรนจิ เป็นเจ้าส้ม เพราะดูจะแต่งง่ายกว่า(เพิ่งจะคิดได้)
 
และหลังจากเอนทรี่ย์นี้ไรเตอร์อาจจะอัพอีกครั้งหลังจากสงกรานต์ แล้วก็จะหยุดยาวจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมเพราะไรเตอร์ต้องสอบไฟนอลTongue outTongue outTongue outTongue out
 
ขอให้รีดเดอร์ทุกคนทั้งที่เป็นนักอ่านเงาและไม่เงา โชคดีในการเรียน การสอบ และการทำงานทุกๆคนนะค่ะMoney mouth
 
 
*คำเตือนก่อนอ่าน*
โปรดหาหมอนไว้ใกล้มือ เพราะอาจจะเกิดอาการจิกหมอนก็เป็นได้.....
 
 
 

-------------------------------------------------------

*เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นมโนส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของ Aldnoah.Zero แต่ประการใด และ Aldnoah.Zero ก็ไม่ใช่การ์ตูน Y ด้วย *

---------------------------------------------------------
 

ไรเตอร์ฟังเพลงตลอดเลยตอนแต่ง
ไม่รู้ว่าเพลงมันแปลว่าอะไร ฟังออกแค่ท่อน Let me love (you) ก็ฟินแล้ว 55555
 
 
 
ตอนก่อนๆ
 
 
 
 
 

-4-

 

 

ยามเช้าในอวกาศไม่เหมือนกับบนโลก ไม่มีแสงอาทิตย์อบอุ่นเพราะตอนนี้ยานกำลังอยู่ในวงโคจรด้านหลังโลกที่ยังเป็นตอนกลางคืนอยู่ อินาโฮะพลิกตัวด้วยความหนาวมือควานหาไออุ่นที่เขากอดไว้แน่บชิดตัวไว้เมื่อคืนแต่ก็เจอแต่ความว่างเปล่าจนต้องลืมตาขึ้นมาดู

 

 

เป็นค้างคาวแท้ๆแต่ดันตื่นเช้า...

 

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ อินาโฮะซัง”

 

 

หญิงสาวที่กำลังพยุงตัวเดินบนราวเหล็กทั้งสองข้างหันมาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ข้างๆมีเอเดลริโต้ค่อยถือน้ำและผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อพร้อมกับสเลนที่ค่อยพยุงอยู่ใกล้ๆ

 

 

“ขยันแต่เช้าเลยนะครับ เซลัมซัง”

 

 

“ต้องชดเชยกับที่เมื่อวานไม่ทำค่ะ”

 

 

อินาโฮะยิ้มรับความพยายามของอัสเซลัมจนเจ้าตัวอายหน้าแดง แล้วก็เดินมาโอบเอวอีกคนที่กำลังขะมักเขม้นกับงานจนสะดุ้งโหยง สเลนหันขวับกลับมาจะต่อว่าแต่อินาโฮะที่ไวกว่าชิงเอาคางเกยบ่าอีกฝ่ายไว้จนอีกแค่ไม่กี่เซนริมฝีปากของเขาทั้งคู่ก็จะชนกันทำให้สเลนเป็นฝ่ายต้องรีบเบนหน้าหนีไปด้วยความอาย

 

 

“ทำไมไม่ปลุก?”

 

 

“มันไม่ใช่หน้าที่ของผมครับ!” สเลนใช้ข้อศอกดันร่างอีกฝ่ายเมื่อองค์หญิงคนโปรดกำลังมองมาทางนี้

 

 

“ทั้ง 2 คนนอนด้วยกันเหรอค่ะ?”

 

 

“ใช่/ไม่ใช่นะครับ!” ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกัน แต่เป็นเขาที่โดยดวงตาสีแดงข้างๆนั้นดุประหนึ่งว่าทำอะไรไม่เข้าเรื่อง อินาโฮะดึงร่างบางเข้ามาแน่บชิดยิ่งขึ้น “พวกเรากำลังทำความสนิทสนมกันอยู่ครับ เซลัมซัง”

 

 

“งั้นเหรอค่ะ ดีจังเลย” ท่าทางดีใจของอัสเซลัมทำให้สเลนใจอ่อน แม้เขาอยากจะท้วงเรื่องที่อินาโฮะพูดมา แต่ถ้าเพื่อองค์หญิงแล้ว เขาคงต้องจำยอมพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ถึงมันจะเป็นสภาพที่ถูกบีบบังคับแต่ลึกๆตัวเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะถูกคนๆนี้สัมผัสเท่ากับวันที่เขาสองเจอกันตอนแรก ดูท่าเขาคงจะเพี้ยนไปแล้วจริงๆ

 

 

คืนนั้นเขากลับมาที่ห้องอินาโฮะอีกครั้ง เพราะเตียงใหม่ที่เขาขอไปยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะเปลี่ยนได้เมื่อไหรไม่รู้ว่าที่ช้าเพราะทุกคนกำลังยุ่งหรือเพราะเขากำลังถูกแกล้งกันแน่

 

 

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็เจอกับอินาโฮะในชุดนอนที่กำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างจากแท็บเล็ตบนเตียงเหมือนปกติ เขาเงยหน้ามองผมที่เดินเข้ามาแล้วตบลงบนที่ว่างข้างๆและผมเองก็เดินตรงไปนั่งเหมือนลูกหมาเชื่องๆที่ถูกฝึกมาอย่างดี ไม่รู้ว่าสัญญาณเรียกให้ไปนั่งมันกลายเป็นสิ่งที่รู้กันระหว่างผมกับเขาไปตั้งแต่เมื่อไหรแล้วก็ไม่รู้

 

 

อินาโฮะวางเท็ปเล็ตในมือลงแล้วสั่งให้เขาถอดเสื้อนอกออกเพื่อสำรวจบาดแผล

 

 

“วันนี้ไม่มีแผลใหม่ น่าเสียดายนะ” เมื่อเห็นว่าแผลเก่าที่แขนข้างขวาของเขามีอาการดีขึ้นและไม่มีแผลใหม่มาเพิ่มเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกปนเสียดายที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าขึ้นสีแดงจัด

 

 

“พะ...พูดอะไรของคุณ! ใครมันจะไปเสียดายกันครับ!”

 

 

“น่าเสียดายสิ” อินาโฮะกระตุกยิ้มมุมปากแล้วใช้นิ้วเขี่ยเล่นตามรอยแผลบนแขนของสเลน

 

 

“ที่ว่า..เสียดายเนี้ย หมายถึง..ผมไม่ได้มีแผลใหม่เพิ่ม...ระ...หรือที่ไม่ได้....”

 

 

 

 

...จูบผม

 

คำสุดท้ายเขาเลือกที่จะกลืนลงคอ เพราะมันน่าอายเกินกว่าที่เขาจะพูดตรงๆได้ อีกอย่างถ้าขืนพูดออกไป มันก็เหมือนกับว่าเขากำลังคาดหวังให้อีกฝ่ายจูบเขาอยู่น่ะสิ!

 

 

สเลนรีบสะบัดหน้าแดงๆหนี แขนของเขาถูกอีกฝ่ายยึดไปลูบเอาตามใจชอบนานเกินไปจนใจเขาเริ่มเต้นไม่เป็นส่ำขึ้นทุกทีๆ แต่พอเขาจะพยายามจะดึงแขนคืนก็ถูกอีกฝ่ายดึงกลับเหมือนรู้ทัน

 

 

อินาโฮะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มพร้อมกอดร่างที่เขาดึงมาไว้แน่น

 

 

 

 

 

“ฉันเสียดายที่ไม่ได้จูบนาย สเลน”

 

 

 

 

 

ในความเงียบ ไออุ่นและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเป็นสิ่งแรกที่สเลนส่งผ่านร่างกายมาถึงเขา ต่อมาเป็นใบหน้าที่เริ่มแดงจัดจนเหมือนคนเป็นไข้ ดวงตาสีฟ้าอมเขียวสวยนั้นกลอกไปมาเหมือนกับหาตัวช่วย เขาเลยแกล้งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนเจ้าตัวรีบหลับตาปี๋ทันที

อินาโฮะจูบเบาๆบนเปลือกตาที่สั่นระริกแล้วไล้ลงมาจนถึงแก้มขาวจบด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ใบหู

 

 

 

“...แล้วนายหล่ะ”

 

 

 

 

ร่างในอ้อมกอดค่อยๆลืมตาเหมือนต้องมนต์สะกดในคำพูด คำตอบของคำถามที่เขาถามไปได้กลับมาเพียงแค่ริมฝีปากสวยที่ขยับขมุบขมิบไร้ซึ่งซุ่มเสียง หวังว่าจะไม่ให้อีกฝ่ายรู้ เพราะคำตอบมันแสนจะน่าอาย

 

 

แต่สเลนคงคิดผิด เพราะชายหนุ่มที่หน้าตายจนเหมือนขอนไม้เริ่มยิ้มกว้างและส่งสายตาหวานเยิ้มจนเขาเริ่มคิดว่าไปแอบเปลี่ยนตัวตอนไหนเพราะตั้งแต่มาที่นี่ก็ไม่เคยเห็นคนๆนี้แสดงสีหน้าแบบนี้เลยซักครั้งเดียว แต่แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้สเลนรู้ตัวแล้วว่าคนตรงหน้าดันอ่านริมฝีปากออกแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

เพราะเมื่อกี้เขาพูดว่า ‘...ผมก็เหมือน’

 

 

 

 

 

 

 

 

มือหนาขยับคลายอ้อมกอดจากร่างที่เลิกคิดจะขัดขืนขึ้นมาไล้แก้มขาวที่แต่งแต้มด้วยสีแดงจัดก่อนที่ใบหน้านั้นจะเป็นฝ่ายโน้มลงมาแน่บจูบอย่างเชื่องช้า

 

 

 

 

ในตอนแรกมันเป็นเพียงการแตะริมฝีปากอย่างแผ่วเบา นุ่มนวลและอ่อนหวานเหมือนนมรสสตรอเบอร์รี่หวานๆที่ยิ่งลิ้มรสก็ยิ่งหวานมากขึ้นทวีคูณ ต่อมาคือการบดเบียดริมฝีปาก ใช้ลิ้นร้อนเกี่ยวรั้งกันและกันเหมือนกับดาร์กช็อกโกแลตที่แม้จะขมแต่ก็หยุดกินมันไม่ได้ และสุดท้ายคือการไล่วนจูบซ้ำๆ ขบกัดริมฝีปากที่แดงช้ำให้เหมือนกับการตีตราจองการเป็นเจ้าของๆมันเอาไว้

 

 

 

พวกเขาผละออกจากการกันอย่างเชื่องช้าราวกับไม่อยากให้ช่วงเวลานี้หยุดลง สเลนซุกใบหน้าที่ร้อนฉ่ากับหน้าอกที่มีเสียงหัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของเขา

 

 

 

มะ...ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว...ที่ก็รู้สึก...ใช่ไหม?

 

 

 

อินาโฮะกระซิบแผ่วเบาให้ร่างบางที่หอบนิดๆจากการเกือบขาดอากาศหายใจในอ้อมกอดของเขา

 

 

“คงรู้สินะว่านี่ไม่ใช่ค่าทำแผล”

 

 

 

สเลนรีบพยักหน้าหงึกๆแทนคำตอบเพราะตอนนี้ริมฝีปากของเขาสั่นจนพูดอะไรแทบไม่ออกพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นดังซะจนถ้ามันพูดได้ก็คงพูดแทนเขาไปนานแล้ว

 

 

 

อินาโฮะลูบผมสเลนเบาๆแล้วบอกให้หลับซะ ก่อนที่ทั้งคู่จะผล็อยหลับไปทั้งๆที่ยังกอดกัน

 

 

 

เวลา 1.00 นาฬิกาของเวลาบนโลก อินาโฮะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะร่างในอ้อมกอดของเขาขยับพลิกลงมานอนข้างๆแทนที่จะเป็นบนอกของเขา ร่างบางนั้นขยับตัวไปมาแล้วงึมงำเบาๆ ดูจากท่าทางแล้วคงจะร้อน เพราะว่าก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะหลับไปสเลนยังไม่ทันได้เปลี่ยนชุดเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

อินาโฮะลุกขึ้นจากเตียงแล้วหยิบเอาชุดนอนออกมาจากตู้หนึ่งชุดก่อนจะบรรจงเปลี่ยนเสื้อให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่น เขาจับอีกฝ่ายนอนคว่ำโดยที่ไม่ลืมที่จัดท่าทางให้หายใจสะดวก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเห็นอะไรที่ไม่ดีต่อสุขภาพจิตของเขามากนัก เพราะถึงจะให้อินาโฮะหน้าตายยังไง ก็ยังมีความต้องการเหมือนเด็กหนุ่มอายุ17-18 ทั่วไป แค่ใบหน้าที่เคลิบเคลิ้มไปกับจูบของเขาเมื่อตอนเย็นก็เกือบจะทำให้เขาตบะแตกอยู่แล้ว ถ้าจะให้มองร่างกายของสเลนตรงๆอีก ต่อให้เป็นอินาโฮะเองก็ไม่มั่นใจเลยว่าจะห้ามใจไม่ให้ทำอะไรคนตรงหน้าที่ไร้ซึ่งการป้องกันในห้องมืดๆแบบนี้ได้เลยซักนิด

 

 

 

บางทีเขาคงหมกมุ่นกับคนๆนี้มากเกินไปแล้วก็ได้ ทั้งที่แรกเริ่มมันจากจากความสนใจแต่ยิ่งมองยิ่งได้รู้จักตัวตนของสเลนก็ได้รู้ว่าเขาเป็นคนที่น่าสงสารมากแค่ไหน อินาโฮะค่อยๆสวมเสื้อทับรอยแผลจางๆบนแผ่นหลังของร่างบางนั้น ก่อนที่จะขึ้นมาบนปราสาทเทียบท่าองค์หญิงก็เล่าให้ฟังแล้วว่าสเลนเสียสละมากแค่ไหนเพื่อที่จะช่วยองค์หญิง ทั้งที่ผ่านเรื่องเลวร้ายมาขนาดนั้น แต่เด็กหนุ่มก็ยังเอาแต่ทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่ในใจคงปวดร้าว

 

 

ทิฐิของสเลนก็คงจะเหมือนถุงมือสีขาวของเขาที่คอยปกปิดรอยแผลมากมายด้วยสีขาวสะอาดของมัน และอินาโฮะเองก็อยากจะกระชากมันออกมาแล้วกอบกุมมือที่เต็มมือที่เต็มไปด้วยร่องรอยของบาดแผลนี่ไว้ด้วยมือของเขาจนกว่ามันจะหายไป เพียงแค่ความรู้สึกที่ว่าอยากให้อีกฝ่ายเลิกทำเป็นเข้มแข็งแล้วอ้อนเขาให้มากๆ อยากให้ร้องไห้แล้วซบอกของเขายามที่เจ็บปวด กอดเขาแน่นๆในตอนที่ไม่สบายใจ เป็นที่พึ่งทุกๆอย่าง อยากเป็นเพียงคนเดียวที่จะมอบรอยยิ้มให้ แค่นั้นก็มากพอแล้วที่จะเรียกว่า “รัก”

 

 

 

 

หลังจากเปลี่ยนชุดให้สเลนเสร็จแล้ว เขาก็หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเพื่อทำกิจวัตรที่ต้องทำเป็นประจำทุกวันหลังจากสิ้นวัน

 

 

 *บันทึกค้างคาววันที่ 4*

ผมกำลังตกหลุมรักค้างคาว

 

 

 

เช้าวันที่ 5 นับตั้งแต่ที่ไคซึกะ อินาโฮะขึ้นมาบนยาน

 

 

สเลนตื่นตั้งแต่เวลา 5.30 นาฬิกาของเวลาบนโลก แต่เสียเวลาไปเกือบๆครึ่งชั่วโมงกับการ...

 

 

 

จ้องใบหน้าของคนที่หลับอยู่ข้างๆ

 

 

 

ไคซึกะ อินาโฮะ ผู้ชายที่หน้าตายซะจนอ่านความรู้สึกได้ยาก ทั้งที่ผมเคย(เกือบๆ)จะฆ่าเขา แต่คนๆนี้ก็ยังเอาแต่วนเวียนอยู่รอบๆตัว ถึงผมจะทำท่าทางรังเกียจซะจนเต็มประดาแต่ก็ไม่เคยเปลี่ยนสีหน้าเลยซักนิดเดียว จนคล้ายๆว่าจะเป็นฝ่ายผมที่ใจเสียซะเอง เขาเป็นคนที่เข้ามาทำให้ชีวิตของผมวุ่นวาย ได้รับความดีความชอบในการช่วยองค์หญิงทั้งที่มันควรจะเป็นผม เข้ามากวนประสาทผมด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย มาทำให้ใจผมว้าวุ่นเพราะความใจดีอย่างที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อน

 

 

ความอ่อนโอน ความใจดี ที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อนทั้งที่ชอบทำหน้าตายเหมือนไม่สนใจใครแต่ก็ค่อยใส่ใจทุกๆอย่าง แม้กระทั่งเรื่องของจิตใจ

 

 

สิ่งที่เขาทำทั้งหมดมันเป็นเพราะ...สงสาร...รึเปล่านะ

 

 

ภาพเมื่อคืนที่เขาเป็นฝ่ายยินยอมมอบจูบด้วยความเต็มใจไหลย้อนมาเป็นฉากๆเหมือนกรอเทปย้อนหลัง นิ้วเรียวแตะที่ริมฝีปากที่ยังเจ็บนิดๆเพราะฝีมือคนข้างๆ นัยน์ตาสีฟ้าอมเขียวเหลือบมองใบหน้าคนที่ยังหลับสนิทข้างๆแล้วค่อยหลุบต่ำลงมาจนถึงริมฝีปากได้รูปสวยตรงหน้าด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

 

ถ้าขอแค่อีกครั้งเดียว...

 

 

 

 

 

สเลนขยับตัวเข้าไปใกล้ๆอีกฝ่ายโดนพยายามทำให้เงียบที่สุดแม้ว่าเสียงหัวใจของเขาจะไม่เงียบตามด้วยก็ตาม

 

 

 

 

อีกครั้งเดียว...

 

 

 

 

เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าที่กำลังหลับสนิท ทำแม้กระทั่งกลั้นหายใจเพราะกลัวว่าถ้าเขาหายใจแรงเกินไปอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาได้

 

 

 

 

 

ขอร้องหล่ะ อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมานะ

 

 

 

 

แต่แค่ริมฝีปากของทั้งคู่แตะกันสเลนก็ผละออกทันทีราวกับมีไฟฟ้าช็อต เขาหายใจสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ กุมมือไว้ตรงหน้าอกหลวมๆบอกกับตัวเองให้ใจเย็นๆเพราะแค่สัมผัสเพียงแผ่วเบาเมื่อกี้ก็แทบจะทำให้หัวใจของเขาทะลักออกมาทางปากอยู่แล้ว

 

 

ทั้งๆที่เมื่อคืนพวกเขาก็ทำมากกว่าแค่เอาริมฝีปากแตะกันไปแล้วแท้ๆ ทำไมยังตื่นเต้นแบบนี้อยู่ได้

 

 

 

เมื่อสงบลงได้แล้ว สเลนลุกขึ้นจากเตียงเพื่อจะอาบน้ำไปปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน แต่พอเหลือบมองไปบนทางตู้เสื้อผ้าที่เปิดอ้าอยู่ก็เห็นชุดทหารของเขาแขวนรวมอยู่กับชุดอื่นๆของคนที่หลับอยู่ และถ้าจำไม่ผิดเขาเองก็จำได้ว่าหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อ แล้วพอสังเกตดีๆแล้วชุดที่เขาใส่อยู่เป็นชุดนอนผ้าซาติลสีน้ำเงินเข้มอย่างดีแทนที่จะเป็นเสื้อยืดสีขาวและกางเกงทหารสีน้ำเงินที่เขาใส่เมื่อวาน

 

 

เมื่อประมวลเสร็จเรียบร้อยสเลนก็คว้าเอาหมอนฟาดใส่คนที่กำลังนอนหลับไม่เลี้ยงทันที

 

 

“อุ่ก! เดี๋ยวเกิดอะไรขึ้น!”

 

 

อินาโฮะตื่นด้วยใบหน้างงๆที่หาดูได้ยาก แต่ตอนนี้มันใช่เวลาที่จะมาปลื้มใจกับเรื่องแบบนี้ซะที่ไหน!

 

 

“ไอ้บ้าส้ม ไปตายซะ!” สเลนรัวหมอนฟาดไม่ยั้งจนอินาโฮะต้องแย่งเอาหมอนมาถือไว้เองแล้วพยายามบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นๆทั้งทีตอนนี้เจ้าตัวเองก็งงกับสถานการณ์ที่ตัวเองโดนฟาดแบบไม่มีสาเหตุอยู่เหมือนกัน

 

 

“ฉันไปทำอะไรให้?”

 

 

ทั้งที่อุตส่าห์ถามดีๆแต่สเลนเกิดพยศอีกครั้งคว้าเอาหมอนอีกใบปาใส่ โชคดีที่รับทันไม่งั้นคงได้หงายหลังลงไปกองบนพื้นแข็งๆข้างล่างแน่

 

 

“ยังมีหน้ามาถามอีก เจ้าส้มโรคจิต!”

 

 

“ส้มโรคจิต?” ชื่อเรียกที่สเลนเรียกเขาเหมือนเป็นชื่อเล่นถูกเติมด้วยคำว่าโรคจิต ทำให้อินาโฮะถึงกับอ๋อ คงจะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องชุดนอน

 

 

“เห็นอึดอัดก็เลยเปลี่ยนให้”

 

 

“ใครขอกัน! คุณมันไอ้โร....”

 

 

“ทั้งที่เมื่อคืนยังยอมรับเรื่องนั้นง่ายๆเลยแท้ๆ”

 

 

เงียบกริบ

 

 

ร่างบางนั้นรีบปิดปากฉับจนเหลือแต่รอยแดงๆที่พาดอยู่บนใบหน้าและรอยยิ้มของอินาโฮะ เมื่อเห็นว่ายิ่งคุยต่อเขาก็มีแต่จะเสียเปรียบสเลนเลยรีบคว้าเอาเสื้อผ้าวิ่งปร๋อเข้าห้องน้ำไปทันที

 

 

ยิ่งได้เห็นท่าทางน่ารักแบบนั้นอินาโฮะยิ่งชอบใจ เขาเดินไปพิงประตูห้องน้ำโดยมีเสียงน้ำลอดออกมาให้ได้ยินเบาๆ มือหนาเคาะสองสามครั้ง แม้ไม่มีเสียงตอบรับแต่เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายได้ยินแน่ๆ แต่กำลังแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินต่างหาก

 

 

“ถึงจะบอกให้ปลุกก็จริง...”

 

 

เขาเว้นช่วงไว้นิดนึงจนเสียงน้ำหยุดไป

 

 

“...แต่คราวหน้าขอแบบนุ่มนวลกว่านี้หน่อยนะ ค้างคาว”

 

 

“เชิญหลับไปจนตายเลยเถอะครับ เจ้าส้ม!!”

 

 

หลังจบเสียงตะโกนก็ตามด้วยเสียงปึงปังที่ฟังเหมือนอีกฝ่ายกำลังทำลายข้าวของ แต่พอเขาตะโกนเตือนว่าถ้าขืนยังทำตัวดื้อไปมากกว่านี้จะเข้าไปอาบน้ำด้วย เสียงก็เงียบกริบลงทันทีจนเขาต้องยืนกลั้นขำแทบตาย

 

 

 

 

 

 

สุดท้ายวันนั้นสเลนก็โดนองค์หญิงแซวว่า “เดี๋ยวนี้อินาโฮะซังสนิทกับสเลนมากกว่าฉันแล้วนะค่ะ”

 

 

แถมยังเจ้าตัวต้นเหตุก็เอาแต่ตีหน้าตายไม่ตอบแล้วก็ไม่ปฏิเสธ วุ่นวายจนสเลนแก้ตัวอะไรไม่ถูกเพราะมือหนานั้นกุมมือเขาเอาไว้ตลอดเลยน่ะสิ แล้วแบบนี้จะให้เขาปฏิเสธแบบเต็มปากเต็มคำได้ยังไงว่ามัน “ไม่ใช่”

 

 

 

*บันทึกค้างคาววันที่ 5*

พลาดประสบการณ์ที่จะได้เห็นค้างคาวอาบน้ำไปซะแล้ว

 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เกิดมาไม่เคยแต่งฟิคมุ้งมิ้ง กุ๊งกิ๊ง ฟรุ๊งฟริ๊งแบบนี้มาก่อนเลย รู้สึกฟินบินรอบห้อง #เอาไรเตอร์ไปเก็บ

แล้วเจอกันเอนทรี่หน้านะค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

รอออออออออออออออออออออออออออ ///

#4 By คาโvะ (171.97.175.231) on 2015-09-20 23:34

ฟินตัวแตกค่าาาาาาา><

#3 By momo (49.228.230.21|49.228.230.21) on 2015-04-09 00:06

อะไรจะฟินขนาดนี้
ส้มที่หลังไม่ต้องทำตัวสุภาพบุรุษ จับค้างคาวหม่ำทั้งตัวไปเลย ถ้าสวีทกันขนาดนี้นะ
ไม่ต้องกลับแล้วห้อง ลากพากลับโลกไปเลยยิ่งดี อิอิ cry cry cry

#2 By (202.12.73.129|202.12.73.129) on 2015-04-05 11:50

โฮะ วันหลังแกพังประตูห้องน้ำเข้าไปเลย หรือไม่ก็แอบตั้งกล้องไว้ในมุมที่เหมาะเจาะๆในห้องน้ำเลย จากนั้นก็มาแบ่งให้อิชั้นดูด้วยนะ //โดยสอยร่วงตกทะเล
วรั๊ยยยยยย~ มีการแอบลักหลับว่าที่สามีในอนาคตซะด้วย ส่วนเรื่องที่นอนก็จงให้ยืดยาวต่อไปเรื่อยๆนะ อย่าเปลี่ยนให้สเลน ให้สเลนนอนกับส้มต่อปั้ยยยยยย~

#1 By Hana_Sora on 2015-04-05 10:43

Recommend